
‘พิพัฒน์’ หารือ ทอท. เตรียมแก้สัญญางานให้บริการลานจอดและอุปกรณ์ภาคพื้น การให้บริการผู้โดยสารภาคพื้น และกิจการอื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่อง (Ground Support Equipment: GSE) และโครงการให้บริการคลังสินค้า (Cargo) ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ของ การบินไทย หลังวิกฤติกระเป๋าล้นสนามบินช่วงน้ำท่วมที่ผ่านมา เล็งเพิ่มบทปรับ โดยจะหารือภายในให้จบก่อนถก ‘คลัง’ ต่อไป
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า วันที่ 9 ตุลาคม 2569 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์กระเป๋าสัมภาระและสินค้าเกิดปัญหาตกค้างจำนวนมากที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ช่วงวันที่ 26 - 30 ก.ย. 2569 ซี่งมีบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เป็นผู้รับผิดชอบ ทำให้มีคำถามถึงกรณีสัญญาให้บริการลานจอดและอุปกรณ์ภาคพื้น การให้บริการผู้โดยสารภาคพื้น และกิจการอื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่อง (Ground Support Equipment: GSE) และโครงการให้บริการคลังสินค้า (Cargo) ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ของ การบินไทยฯ ที่ไม่มีบทลงโทษที่กำหนดเป็นค่าปรับไว้ เนื่องจากเป็นสัญญาเดิมที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ แต่เนื่องจากการบินไทย ได้เกิดความผิดพลาดในวันที่ 26 - 30 ก.ย. 69 ดังนั้น จึงเห็นว่าจำเป็นต้องทบทวนสัญญาใหม่ แม้ว่าสัญญาจะยังเหลือระยะเวลาอีก 15 ปี โดยจะบรรจุในเรื่องของค่าปรับเพิ่มเติมเข้าไป
นายพิพัฒน์กล่าวว่า เรื่องนี้ ได้หารือกับปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล ปลัดกระทรวงคมนาคม และ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือทอท. (AOT) เบื้องต้นแล้วว่า มีความจำเป็นต้องทบทวนสัญญาของการบินไทย ทั้ง 2 สัญญา เพื่อเพิ่มค่าปรับเข้าไปให้เหมือนสัญญาผู้ให้บริการลานจอดและอุปกรณ์ภาคพื้น และโครงการให้บริการคลังสินค้า (Cargo) รายที่ 3 ซึ่ง ทอท.เพิ่งลงนามสัญญาร่วมลงทุนฯกับบริษัท บริการภาคพื้น ท่าอากาศยานไทย จำกัด (AOTGA) ที่ได้เพิ่มเติมเรื่องค่าปรับไว้แล้ว รวมถึงผู้ประกอบการรายที่ 2 ซึ่งทางบริษัท ดับบลิวเอฟเอสพีจีคาร์โก้ จำกัด หมดสัญญา และทอท.กำลังเปิดประมูลใหม่ จะมีเงื่อนไขเรื่องค่าปรับเช่นกัน
“ สัญญาของการบินไทย ยังเหลืออีก 15 ปี ดังนั้นแนวทางคือต้องหารือระหว่างกระทรวงคมนาคม กับ ทอท. และจะเชิญทางการบินไทยมา แจ้งเตือน ว่ากรณีที่มีข้อผิดพลาด ทำให้ประเทศชาติเสียชื่อเสียง ทำให้การบินไทยเสียหายขนาดไหน ผมคงจะต้องหารือกับการบินไทย และจะต้องหารือหน่วยงานที่กำกับดูแลการบินไทย คือกระทรวงการคลังเพื่อให้รับทราบถึงกรณีนี้ด้วย ซึ่งผมจะหารือกับท่านเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯและรัฐมนตรีฯกระทรวงคลัง หารือปลัดกระทรวงการคลัง ว่าเรายอมไม่ได้ที่สัญญาไม่มีค่าปรับต้องพยายามมีบทปรับให้เหมือนรายที่ 3 และรายที่ 2 ที่กำลังประมูลใหม่” นายพิพัฒน์ระบุ
นายพิพัฒน์กล่าวว่า เราจะหารือภายในกระทรวงคมนาคม คือ กระทรวงฯ และ ทอท. ให้เรียบร้อยก่อน และเชิญการบินไทยมาแจ้งเตือน จากนั้นจะหารือกับทางกระทรวงคลังที่กำกับดูแลการบินไทยฯ ทำได้หรือไม่ต้องหารือกันก่อน เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทั้งกระเป๋า ทั้งสินค้า ขาเข้า ขาออก ไม่แน่ใจว่า มีผู้ที่เรียกร้องความเสียหายกับการบินไทยฯ เท่าไร
นายพิพัฒน์กล่าวว่า ล่าสุดถึงวันที่ 8 ต.ค.2569 ยังมีกระเป๋าตกค้างอีก จำนวน 80 ใบ ซึ่งยังหาเจ้าของยังไม่เจอ ส่วนเรื่องการปลด ซีอีโอ การบินไทยญเป็นเรื่องของบอร์ดการบินไทย ที่เขามีการลงโทษ และเป็นเรื่องของกระทรวงการคลังที่ต้องเดินเรื่องต่อ แต่วันนี้ ทอท. มีหน้าที่คือ ประสานกับการบินไทยฯ เพื่อให้คนมารับกระเป๋าอีก 80 ใบที่ตกค้างอยู่ให้จบเท่านั้นเอง นั่นคือจะหมดหน้าที่ของ ทอท. ส่วนการบินไทย กับบอร์ด จะไปคุยกับบอร์ดอะไร เป็นเรื่องภายใน ไม่เกี่ยวกับ ทางกระทรวงคมนาคม

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา