
‘ศาลอุทธรณ์’ พิพากษายืนจำคุก ‘อดีตนายก อบจ.พะเยา’ 5 ปี คดีทุจริตเบิกเงินค่าตอบแทนโครงการฝึกอบรมฯ ‘กลุ่มแม่บ้าน’ โดยไม่ได้ดำเนินการฝึกอบรมจริง ส่วน 'พวก' พิพากษาแก้ 'โทษจำคุก' ให้ 'รอลงอาญา' 2 ปี
...........................................
เมื่อวันที่ 9 ต.ค สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เผยแพร่สรุปผลคำพิพากษาของศาลที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด ประจำเดือน ก.ย.2569 ว่า เมื่อวันที่ 20 พ.ย.2568 ศาลอุทธรณ์ ได้มีคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ อท 743/2567 คดีหมายเลขแดงที่ อท 23905/2568 ซึ่งเป็นคดีที่อัยการสูงสุด เป็นโจทก์ฟ้อง นายไพรัตน์ ตันบรรจง เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพะเยา กับพวก คดีทุจริตการเบิกจ่ายเงินค่าตอบแทนให้กับกลุ่มแม่บ้าน ในโครงการฝึกอบรมศักยภาพการประกอบอาชีพกลุ่มแม่บ้านจังหวัดพะเยา เมื่อปี พ.ศ.2550 โดยไม่ได้ดำเนินการฝึกอบรมจริง
คดีนี้ ศาลอุทธรณ์ พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้น ว่า ให้ลงโทษปรับจำเลยที่ 2 (นายบุญโต เกียรติวิชัยงาม) เป็นเงิน 10,000 บาท อีกสถานหนึ่ง ให้รอการลงโทษจำคุกจำเลยที่ 2 ไว้มีกำหนด 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29,30 นอกจากที่แก้ ให้เป็นไปตามคาพิพากษาศาลชั้นต้น
ทั้งนี้ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ครั้งที่ 78/2569 เมื่อวันที่ 17 ส.ค.2569 ได้พิจารณาแล้ว มีมติเห็นชอบในการที่อัยการสูงสุดจะไม่ฎีกาคาพิพากษาของศาลอุทธรณ์
ก่อนหน้านี้ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ครั้งที่ 176/2564 เมื่อวันที่ 1 ธ.ค.2564 มีมติชี้มูลความผิดนายไพรัตน์ ตันบรรจง เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพะเยา กับพวก คดีทุจริตการเบิกจ่ายเงินค่าตอบแทนให้กับกลุ่มแม่บ้าน ในโครงการฝึกอบรมศักยภาพการประกอบอาชีพกลุ่มแม่บ้านจังหวัดพะเยา เมื่อปี พ.ศ.2550 โดยไม่ได้ดำเนินการฝึกอบรมจริง โดยมีมูลความผิดทางอาญา ปอ. ม.151 และ ม.157 และส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน สำเนาอิเล็กทรอนิกส์ และคำวินิจฉัยไปยังอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินคดีอาญาในศาลซึ่งมีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาคดี
ต่อมาวันที่ 15 ส.ค.2566 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 5 (ศาลชั้นต้น) ได้มีคำพิพากษาในคดีนี้ (คดีหมายเลขดำที่ อท 36/2565 คดีหมายเลขแดงที่ อท 111/2566) โดยพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 (นายไพรัตน์ ตันบรรจง) มีความผิดตาม ปอ. มาตรา 151 (เดิม) และมาตรา 157 (เดิม) การกระทำของจำเลยที่ 1 เป็นการกระทำกรรมเดียว อันเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษจำเลยที่ 1 ในความผิดตาม ปอ. มาตรา 151 (เดิม) ซึ่งเป็นบทที่หนักที่สุด ตาม ปอ. มาตรา 90 ลงโทษจำคุก 5 ปี ส่วนจำเลยที่ 2 (นายบุญโต เกียรติวิชัยงาม) มีความผิดตาม ปอ. มาตรา 157 (เดิม) ลงโทษจำคุก 2 ปี ข้อหาอื่นนอกจากนี้ให้ยกเสีย


Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา