'อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์' ปลัดกระทรวงมหาดไทย ลงนามรับรอง โครงการสนับสนุนการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา ภาคครัวเรือน 1 ล้านราย วงเงิน 50,000 ล้านบาท เสนอ อนุกก.กลั่นกรอง พ.ร.ก.กู้เงิน-แผนเปลี่ยนผ่านพลังงาน 2 แสนล้าน
สืบเนื่องจากกรณีคณะอนุกรรมการเพื่อทำหน้าที่พิจารณากลั่นกรองความเหมาะสมของโครงการภายใต้พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569 ในส่วนของแผนงานที่ 2 วงเงิน 2 แสนล้านบาท ที่มีนายกุลิศ สมบัติศิริ อดีตปลัดกระทรวงพลังงาน เป็นประธานอนุกรรมการฯ ได้กำหนดให้หน่วยงานต่างๆ เสนอรายละเอียดโครงการภายในวันที่ 30 ก.ย.69 เพื่อนำเสนอให้กับคณะกรรมการกลั่นกรองฯ ที่มีนายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลังเป็นประธาน เห็นชอบและส่งให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติต่อไป
อ่านข่าวประกอบ : อนุทินเซ็นมาแล้ว! อนุฯกลั่นกรอง พ.ร.ก.กู้เงิน ขีดเส้น 30 ก.ย.เสนอโครงการเปลี่ยนผ่านพลังงาน 2 แสนล.
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า เมื่อเร็วๆ นี้ นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้ลงนามรับรองข้อมูลของโครงการถูกต้องและได้ผ่านการพิจารณากลั่นกรองของหน่วยงานแล้วใน โครงการสนับสนุนการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (Solar Rooftop) สำหรับภาคครัวเรือน พื้นที่ดำเนินการ 77 จังหวัด จำนวน 1 ล้านครัวเรือน วงเงิน 50,000 ล้านบาท ของสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย กระทรวงมหาดไทย ภายใต้พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569 แผนงานหรือโครงการกลุ่มที่ 2 ทั้งนี้ เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนสามารถเข้าถึงระบบพลังงานแสงอาทิตย์บนหลัง
โดยเป็นค่าสนับสนุนการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคาสำหรับครัวเรือน วงเงิน 50,000 ล้านบาท กำหนดระยะเวลาดำเนินการ 1 ปี ตั้งแต่ ต.ค.69 จนถึงก.ย.70
รายงานข่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับขอบเขตการดำเนินงานโครงการสนับสนุนการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา สำหรับภาคครัวเรือนให้กับประชาชน (วิธีการดำเนินการ ดำเนินการเอง/จ้างเหมา) จำนวน 1 ล้านครัวเรือน ในพื้นที่ให้บริการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค 74 จังหวัด และการไฟฟ้านครหลวง 3 จังหวัด มีลักษณะการดำเนินงานเป็นการให้การสนับสนุนเงินทุนแก่ประชาชนที่มีคุณสมบัติและผ่านหลักเกณฑ์ของโครงการ เพื่อใช้ในการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคาสำหรับผลิตไฟฟ้าใช้ภายในครัวเรือน โดยดำเนินการผ่านการไฟฟ้านครหลวง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคและ/หรือผู้ประกอบการติดตั้งที่มีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์และมาตรฐานที่กำหนด
ทั้งนี้ กระทรวงมหาดไทยทำหน้าที่กำกับ ดูแลโครงการ กำหนดหลักเกณฑ์และคุณสมบัติของผู้เข้าร่าร่วมโครงการตลอดจนติดตามและตรวจสอบผลการดำเนินงานของโครงการให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์และหลักเกณฑ์ที่กำหนด
รายงานข่าวระบุว่า แผนการดำเนินการตามขอบเขตการดำเนินงาน 1.จัดทำและประกาศคุณสมบัติหลักเกณฑ์ของผู้เข้าร่วมโครงการ และประชาสัมพันธ์โครงการ ต.ค.-พ.ย.69 2.ประชาชนยื่นความประสงค์ขอเชื่อมต่อกับระบบโครงข่ายของการไฟฟ้าฝ่ายจำหน่าย พ.ย.69 – ส.ค.70 3.อนุมัติเชื่อมต่อกับระบบโครงข่ายของการไฟฟ้าฝ่ายจำหน่าย ธ.ค.69-ก.ย.70 และ 4.เบิกจ่ายค่าสนับสนุนการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา ธ.ค.69-ธ.ค.70
ตัวชี้วัดและผลที่คาดว่าจะได้รับ (สิ้นสุด ก.ย.70 2/ สิ้นสุดโครงการ) 1.สนับสนุนการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคาสำหรับครัวเรือน 1 ล้านราย 2.กำลังการผลิตติดตั้งจากพลังงานแสงอาทิตย์เพิ่มขึ้น ไม่น้อยกว่า 5,000 MW (จำนวน 1 ล้านราย ติดตั้งรายละ 5 kw) 3. เพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ในภาคครัวเรือนและเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียนในประเทศ 5,000 MW ลดปริมาณการซื้อไฟฟ้าจากระบบ 6,323.6250 ล้านหน่วยต่อไป (ปีที่ 1) /121,618 ล้านหน่วย) 4.ลดภาระค่าใช้จ่ายด้านไฟฟ้าของครัวเรือนที่เข้าร่วมโครงการ 24,598.9013 ล้านบาทต่อปี / 473,094.0200 ล้านบาท) 5.ลดการใช้ไฟฟ้าที่ผลิตจากเชื้อเพลิงฟอสซิล 6,323.6250 ล้านหน่วยต่อปี / 121,618 ล้านหน่วย 6.ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศ 2.9607 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อไป / 56.9415 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี
ผลประโยชน์และความคุ้มค่าของโครงการ 1.อัตราผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ ที่วัดความคุ้มค่าต่อประเทศและสังคมโดยรวม (EIRR) 29.98 % 2.ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ เพิ่มการจ้างงานติดตั้งและบำรุงรักษา Solar Rooftop ยกระดับมาตรฐานฝีมือแรงงานของช่างไทยในการติดตั้งและดูแลระบบ Solar ให้มีมาตรฐาน แข่งขันได้ กระตุ้นเศรษฐกิจอุตสาหกรรมในประเทศ ด้วยการจัดหาวัสดุอุปกรณ์จากผู้จัดจำหน่ายในประเทศ เพิ่มความมั่นใจทางเศรษฐกิจ ลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลที่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ ซึ่งมีความผันผวนทางด้านราคาและปริมาณการจำหน่าย ลดการนำเข้าเชื้อเพลิงฟอสซิลจากต่างประเทศ ส่งผลดีต่อเศรษฐกิจมหภาค
ผลประโยชน์ทางสังคม การลดภาระค่าใช้จ่ายด้านไฟฟ้าให้แก่ครัวเรือน ทำให้ประชาชนมีเงินสำหรับใช้จ่ายเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้คุณภาพชีวิตของประชาชนดีขึ้น ช่วยให้ประชาชนเข้าถึงพลังงานสะอาดได้ง่ายขึ้น สร้างการมีส่วนร่วมในการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานให้แก่ภาคประชาชน เพิ่มความสามารถในการรับมือกับวิกฤตด้านพลังงานให้แก่สังคมโดยรวม ผลประโยชน์ทางสิ่งแวดล้อม ลดการปล่อยก๊าซ CO2 รวม 20 ปี 56.9415 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี ช่วยลดภาวะโลกร้อน
รายงานข่าวระบุด้วยว่า ลักษณะโครงการ ในส่วนของความพร้อมของแรงงาน บุคลากร เครื่องมือและเทคนิคมีพร้อมและสามารถดำเนินการได้ทันที การไฟฟ้านครหลวง และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค มีการจัดทำบัญชีรายชื่อผลิตภัตภัณฑ์อุปกรณ์ และผู้ประกอบการติดตั้ง (Vendor List) ที่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติและมาตรฐานที่กำหนด เพื่อให้ประชาชนใช้เป็นข้อมูลประกอบการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์และบริการภายใต้โครงการ โดยเปิดโอกาสให้ผู้ผลิต ผู้จำหน่าย และผู้ประกอบการในประเทศไทยสมัครเข้ารับการพิจารณาได้อย่างทั่วถึง โปร่งใส และเป็นธรรม
การขึ้นทะเบียนจะพิจารณาจากมาตรฐานผลิตภัณฑ์ คุณสมบัติทางเทคนิค ความสามารถในการติดตั้ง การรับประกัน การบริการหลังการขาย รวมถึงความพร้อมของอุปกรณ์ในการบำรุงรักษา ทั้งนี้ จะดำเนินการภายใต้หลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง กลไกดังกล่าวจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชน ส่งเสริมการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ ตลอดจนสนับสนุนให้ผู้ผลิตและผู้ประกอบการในประเทศไทยยกระดับมาตรฐานสินค้าและบริการ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมพลังงานสะอาดภายในประเทศอย่างยั่งยืน
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องประกอบ : เปิดขอบเขตกู้เงิน 2 แสนล้าน (หลัง) เปลี่ยนผ่านพลังงานครั้งใหญ่: ไม่แบ่งซื้อแบ่งจ้าง-ซอยย่อยโครงการ

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา