
คณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) ประชุมสมัชชาเลือกคณะกรรมการชุดใหม่ วาระปี 2569–2571 มีมติเลือก รศ.ดร.โอฬาร ถิ่นบางเตียว เป็นประธาน ครป. คนใหม่ และ น.ส.ณีรนุช จิตต์สม เป็นเลขาธิการ พร้อมยื่น 6 ข้อเสนอต่อรัฐบาล เร่งปฏิรูปประเทศ จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ กระจายอำนาจ แก้ทุนผูกขาด–ทุนสีเทา และปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม ขณะเดียวกันออกแถลงการณ์เรียกร้อง กกต. ดำเนินการกรณีข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการสมยอมในการเลือกสมาชิกวุฒิสภาอย่างตรงไปตรงมา โปร่งใส และยึดหลักนิติธรรม
เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2569 เวลา 16.00 น. ที่โรงแรมรัตนโกสินทร์ ถนนราชดำเนิน คณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) แถลงผลการประชุมสมัชชา ครป. และการเลือกตั้งคณะกรรมการชุดใหม่ ประจำปี 2569–2571 พร้อมเปิดเผยข้อเสนอต่อรัฐบาลในประเด็นการปฏิรูปประเทศ การเสริมสร้างประชาธิปไตย และการจัดระเบียบโครงสร้างอำนาจเพื่อประโยชน์ของประชาชน
ครป. ระบุว่า จากการวิเคราะห์สถานการณ์การเมือง เศรษฐกิจ และสังคม เห็นว่าประเทศไทยกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างหลายด้าน ทั้งการรวมศูนย์อำนาจทางการเมือง การกระจุกตัวของอำนาจทางเศรษฐกิจ ความเหลื่อมล้ำ ปัญหาความเป็นธรรมในกระบวนการยุติธรรม รวมถึงเครือข่ายผลประโยชน์ที่สามารถเข้าถึงและมีอิทธิพลต่อกลไกรัฐ ซึ่งอาจส่งผลต่อสิทธิ เสรีภาพ ความเสมอภาค และโอกาสในการมีส่วนร่วมของประชาชน

ชงรัฐบาล 6 ข้อ ปฏิรูปประเทศเชิงโครงสร้าง
ครป. เสนอให้รัฐบาลดำเนินการใน 6 ประเด็นสำคัญ ได้แก่
ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศอย่างเป็นระบบ ครอบคลุมทั้งการเมือง เศรษฐกิจ สังคม ระบบราชการ กระบวนการยุติธรรม และการกระจายอำนาจ โดยต้องเปิดให้ประชาชนมีส่วนร่วมและสามารถตรวจสอบประเมินผลได้
จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่และปฏิรูปโครงสร้างอำนาจทางการเมือง โดยเปิดให้ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง เพื่อแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างภายใต้รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 และสร้างระบบตรวจสอบถ่วงดุลระหว่างฝ่ายนิติบัญญัติ บริหาร และตุลาการอย่างมีประสิทธิภาพ
ยกระดับหลักนิติรัฐ นิติธรรม และธรรมาภิบาล ให้กฎหมายบังคับใช้กับทุกคนอย่างเสมอภาค ไม่ถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง พร้อมส่งเสริมความโปร่งใส การเปิดเผยข้อมูล การตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ และการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน
กระจายอำนาจและสร้างประชาธิปไตยฐานราก โดยเสนอให้รัฐบาลกำหนดการกระจายอำนาจเป็นวาระแห่งชาติ ถ่ายโอนทั้งอำนาจหน้าที่ งบประมาณ บุคลากร และทรัพยากรจากส่วนกลางสู่ท้องถิ่น เพื่อให้ประชาชนมีส่วนกำหนดทิศทางการพัฒนาพื้นที่ของตนเอง
สร้างประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจ แก้ทุนผูกขาดและเศรษฐกิจสีเทา เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการรายย่อย วิสาหกิจชุมชน และเอสเอ็มอีเข้าถึงทรัพยากร ตลาด และเงินทุนอย่างเป็นธรรม พร้อมปรับปรุงกฎหมายการแข่งขันทางการค้า และดำเนินการอย่างจริงจังกับเครือข่าย “ทุนสีเทา” และกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ไม่โปร่งใส
ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมและระบบตำรวจ ตั้งแต่การบังคับใช้กฎหมาย การสอบสวน การฟ้องร้อง และการพิจารณาคดี รวมถึงปฏิรูปโครงสร้าง การแต่งตั้งโยกย้าย และระบบตรวจสอบภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมแก้ปัญหา “ส่วย” “สินบน” และการซื้อขายตำแหน่งอย่างจริงจัง

ครป. เห็นว่า การแก้ปัญหาประเทศไม่อาจใช้เพียงมาตรการเฉพาะหน้าหรือแก้นโยบายเป็นรายเรื่อง แต่ต้องปรับโครงสร้างอำนาจทางการเมือง กระจายโอกาสทางเศรษฐกิจ และสร้างความเป็นธรรมทางสังคม พร้อมเสนอให้รัฐบาลริเริ่ม “วาระการปฏิรูปประเทศเพื่อประชาธิปไตยและความเป็นธรรม” โดยเปิดให้ภาคประชาชน ภาควิชาการ ภาคประชาสังคม ท้องถิ่น และภาคธุรกิจมีส่วนร่วมกำหนดทิศทางการปฏิรูป
จี้ กกต.สอบปมเลือก สว. โปร่งใส–ไม่ประวิงเวลา
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังออกแถลงการณ์ถึงคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กรณีข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการสมยอม การจัดตั้ง หรือการดำเนินการที่อาจกระทบต่อความสุจริตและเที่ยงธรรมของกระบวนการเลือกสมาชิกวุฒิสภา โดยเรียกร้องให้ กกต. ดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา สุจริต เที่ยงธรรม และปราศจากแรงกดดันทางการเมืองหรือผลประโยชน์ใด ๆ
ครป. เสนอให้ กกต. เร่งดำเนินการไต่สวนโดยยึดพยานหลักฐานและกฎหมาย เปิดเผยหลักเกณฑ์ ขั้นตอน และเหตุผลในการพิจารณาเท่าที่กฎหมายอนุญาต และหากพบหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่ามีการกระทำผิดกฎหมาย ต้องดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ รวมถึงการยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาโดยไม่เลือกปฏิบัติและไม่ประวิงเวลา
ขณะเดียวกัน ครป. ย้ำว่า กระบวนการพิจารณาต้องคุ้มครองสิทธิของผู้ถูกกล่าวหาและผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย โดยยึดหลักความเสมอภาคและข้อสันนิษฐานแห่งความบริสุทธิ์ พร้อมระบุว่า ประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่เพียงที่ผลการพิจารณาจะออกมาอย่างไร แต่อยู่ที่กระบวนการสามารถสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนได้หรือไม่ว่าไม่มีบุคคลใดอยู่เหนือกฎหมาย

‘โอฬาร’ ประธาน ครป.คนใหม่ – ‘ณีรนุช’ เลขาธิการ
สำหรับผลการเลือกตั้งคณะกรรมการ ครป. ชุดใหม่ วาระปี 2569–2571 ที่ประชุมมีมติเลือก รศ.ดร.โอฬาร ถิ่นบางเตียว จากคณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา เป็นประธาน และ น.ส.ณีรนุช จิตต์สม อดีตแกนนำสหภาพแรงงาน เป็นเลขาธิการ
ส่วนกรรมการประกอบด้วยตัวแทนจากภาคประชาชน ภาคแรงงาน องค์กรประชาธิปไตย องค์กรด้านสิทธิเสรีภาพ สื่อมวลชน กระบวนการยุติธรรม ครู และเยาวชน อาทิ นายสมบูรณ์ คำแหง นายบดินทร์ สายแสง นายจำนงค์ หนูพันธ์ นายสุปัน รักเชื้อ พ.ต.อ.วิรุตม์ ศิริสวัสดิบุตร นายเยี่ยมยอด ศรีมันตะ นายณัฐวัฒน์ กฤตยานวัช นางสุนทรี หัตถี เซ่งกิ่ง นายมานพ เกื้อรัตน์ นายวรภัทร วีรพัฒนคุปต์ นายนิติธร ทองธีรกุล และนายรัตนชาติ แพงคำ
ทั้งนี้ ตำแหน่งรองประธานและรองเลขาธิการ จะมอบหมายให้ประธานและเลขาธิการดำเนินการสรรหาเพิ่มเติม


Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา