
'กรมส่งเสริมท้องถิ่นฯ' ชี้แจงแทน 'อนุทิน' ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ยกเลิก 'ม.บูรพา' เป็นผู้ชนะจัดสอบปี 66 - ทุจริตข้อสอบ ปี 68 โยน 'กรมบัญชีกลาง' ชี้ เป็น 'ดุลยพินิจ' สถ. ยกเลิกได้
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า วันที่ 19 สิงหาคม 2569 เฟสบุ๊ก ‘ท้องถิ่นไทย’ เพจอย่างเป็นทางการของกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น (สถ.) เผยแพร่ เอกสารข่าว สถ. กระทรวงมหาดไทย ชี้แจงกรณีการจัดสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น โดยระบุว่า การประกาศยกเลิกผู้ชนะการเสนอราคาของมหาวิทยาลัยบูรพา (มบ.) เป็นการปฏิบัติตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการตรวจสอบขอเท็จจริง กระทรวงมหาดไทย ในการเพิ่มมาตรการป้องกันการทุจริตตามที่ได้รับข้อร้องเรียนและสอดคล้องกับความเห็นของคณะกรรมการวิวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ กรมบัญชีกลาง ดังนั้น นายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยในขณะนั้นจึงไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการยกเลิกผู้ชนะการเสนอราคาของ มบ. และการทุจริตสอบแข่งขัน ปี พ.ศ. 2568 แต่อย่างใด โดยมีรายละเอียดทั้งหมดดังนี้
ตามที่สำนักข่าวอิศรา (isranews.org) เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2569 เสนอข่าว "เปิดหนังสือ (ลับ) มัด 'อนุทิน" นั่ง มท.1 ปี 67 ก่อน 'นฤชา' เซ็น ยกเลิก 'ม.บูรพา' จัดสอบท้องถิ่น" นั้น กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ขอเรียนชี้แจง ดังนี้
อ่านข่าวประกอบ : เปิดหนังสือ (ลับ) มัด ‘อนุทิน’ นั่ง ‘มท.1’ ปี 67 ก่อน ‘นฤชา’ เซ็น ยกเลิก ‘ม.บูรพา’ จัดสอบท้องถิ่น
1. การจัดสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นเป็นภารกิจตามกฎหมายดำเนินการโดยคณะกรรมการกลางข้าราชการและพนักงานส่วนท้องถิ่น (ก.กลาง) ตามคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 8/2560 ลงวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2560 ซึ่งกำหนดให้คณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) เป็นผู้จัดสอบแข่งขัน โดย กสถ. ได้มอบหมายให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ดำเนินการจัดจ้างมหาวิทยาลัยของรัฐเพื่อดำเนินการจัดสอบ ตามประกาศมาตรฐานทั่วไปฯ และ สถ. ได้ดำเนินการจัดหาผู้รับจ้างโดยวิธีคัดเลือกและได้ประกาศให้มหาวิทยาลัยบูรพาเป็นผู้ชนะการเสนอราคา เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2566 ตามความเห็นของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์และข้อร้องเรียน กรมบัญชีกลาง
2. สำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงมหาดไทย ได้รับหนังสือข้อร้องเรียนจากลุ่มเครือข่ายการต่อต้านการทุจริตในการจัดสอบเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ซึ่งได้มีการลงลายมือชื่อพร้อมแนบสำเนาบัตรประชาชนของผู้ร้องไว้เป็นหลักฐาน เมื่อวันที่ 5 มกราคม 2567 โดยมีข้อร้องเรียนว่า (1) ขอให้เปลี่ยนแปลงวิธีการสอบโดยให้ผู้สมัครสอบแต่ละตำแหน่ง ต้องเป็นผู้ที่ผ่านการสอบเพื่อวัดความรู้ความสามารถทั่วไป (ภาค ก) ของสำนักงาน ก.พ. (2) ขอให้มีการทบทวนการจัดจ้างให้มหาวิทยาลัยบูรพาเป็นผู้จัดสอบแข่งขัน และ (3) ขอให้มีการตรวจสอบกรณีเรียกร้องผลประโยชน์ในการสอบแข่งขัน
3. กระทรวงมหาดไทย ได้มีคำสั่งที่ 150/2567 ลงวันที่ 16 มกราคม 2567 แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงตามข้อร้องเรียนดังกล่าว และได้มีการประชุมร่วมระหว่าง มท. สถ. กสถ. บก.ปปป. สำนักงาน ป.ป.ช. และสำนักงาน ป.ป.ท. เมื่อวันที่ 17 มกราคม 2567 เพื่อกำหนดแนวทางป้องกันและปราบปราบปรามการทุจริตในการจัดสอบ โดยที่ประชุมเห็นว่ายังไม่รับทราบมาตรการป้องกันการทุจริตของมหาวิทยาลัยบูรพาอย่างเพียงพอ และให้ชะลอขั้นตอนที่เกี่ยวข้องไว้ก่อนจนกว่าการตรวจสอบข้อเท็จจริงจะได้ข้อยุติ ซึ่งการประชุมดังกล่าวนำไปสู่การลงนามในบันทึกความตกลง (MOU) ภาคีเครือข่ายการป้องกัน ต่อต้าน และปราบปรามการทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือหนักงานส่วนท้องถิ่น
4. คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ได้มีการประชุมเมื่อวันที่ 29 มกราคม 2567 และสรุปรายงานผลการตรวจสอบข้อเท็จจริง ให้กระทรวงมหาดไทยนำผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อสั่งการของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง แจ้งให้ กสถ. และ สถ. พิจารณาดำเนินการตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเคร่งครัด ให้ครอบคลุมการให้ผู้สอบผ่านภาค ก ของสำนักงาน ก.พ. ถือเป็นผู้สอบผ่านภาค ก ของท้องถิ่นด้วย ปรับปรุง TOR ให้มีมาตรการป้องกันทุจริตชัดเจนตั้งแต่ขั้นตอนออกข้อสอบจนถึงประมวลผล กำหนดบทลงโทษทั้งทางแพ่ง อาญา และวินัยแก่ผู้กระทำทุจริต การเปิดให้หน่วยงานภาคี เช่น ป.ป.ช. ป.ป.ท. บก.ปปป. ร่วมสังเกตการณ์ทุกขั้นตอน
ตลอดจนการปรับหลักเกณฑ์ด้านเทคนิคและวิธีการจัดซื้อจัดจ้างให้โปร่งใสยิ่งขึ้น โดยคำนึงถึงวิธีการสอบแข่งขันที่สุจริตและผลกระทบต่อประโยชน์สาธารณะ พร้อมทั้งกำชับให้มีการคุ้มครองผู้ร้องเรียนและผู้ให้ข้อมูลมิให้ได้รับภัยหรือความไม่เป็นธรรม อันเป็นเหตุผลของการกำหนดชั้นความลับของหนังสือฉบับนี้ มิใช่เพื่อปกปิดข้อเท็จจริงจากสาธารณะ ตามหนังสือสำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงมหาดไทย ลับ ด่วนที่สุด ที่ มท 0100/165 ลงวันที่ 2 พฤษภาคม 2567 เรื่อง รายงานการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณี การองเรียนขอให้เปลี่ยนแปลงวิธีการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2567
5. กสถ. ในการประชุมครั้งที่ 5/2567 เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2567 ได้นำข้อเสนอแนะดังกล่าวไปพิจารณาซึ่งเห็นว่า หากดำเนินการตามขอบเขตงานจ้าง (TOR) เดิมต่อไปอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่หน่วยงานของรัฐและกระทบต่อประโยชน์สาธารณะ จึงจำเป็นต้องกำหนดมาตรการป้องกันทุจริตเพิ่มเติม ตามข้อสังเกตและข้อเสนอแนะของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง มท. ซึ่งมีผลทำให้ขอบเขตของงานจ้างเปลี่ยนแปลงและมีผลกระทบต่อวงเงินที่จัดจ้างที่เปลี่ยนแปลงไปตามปริมาณงานและได้พิจารณาเกี่ยวกับประเด็นการนำ ภาค ก ของสำนักงาน ก.พ. มาใช้ในการสอบแข่งขัน โดยไม่จำเป็นต้องสอบผ่านภาค ก ของ กสถ.
6. สถ. ได้มีการกำหนดมาตรการป้องกันการทุจริตให้มีการรัดกุมมากยิ่งขึ้นตามข้อสังเกตและข้อเสนอแนะของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง รวมถึงมติของ กสถ. เช่น แยกขั้นตอนการรับสมัครสอบออกจากการจัดจ้าง เพื่อให้มีงบประมาณที่ชัดเจนก่อนดำเนินการจัดจ้างและมีข้อมูลสำหรับการบริหารจัดการการสอบให้มีประสิทธิภาพ การจัดให้มีการตรวจกระดาษคำตอบที่ศูนย์สอบ ทั้ง 10 ศูนย์ เพื่อให้เกิดความรวดเร็วในการตรวจกระดาษคำตอบและป้องกันการเปลี่ยนกระดาษคำตอบระหว่างการเคลื่อนย้ายและจัดให้หน่วยงานภาคีเครือข่ายเข้าร่วมสังเกตการณ์กระบวนการสอบทุกขั้นตอน การจัดจ้างให้ดำเนินการโดยวิธีประกวดราคากลางอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) เพื่อเปิดโอกาสให้มหาวิทยาลัยของรัฐหรือสถาบันการศึกษาของรัฐทุกแห่งที่มีคุณสมบัติตรงตามเงื่อนไขที่กำหนดตามเอกสารประกวดราคาเข้ายื่นข้อเสนอได้ทั้งหมด
7. สถ. ได้หารือคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ กรมบัญชีกลางและคณะกรรมการฯ ได้มีหนังสือ ที่ กค.0405.3/40110 ลงวันที่ 30 มกราคม 2568 แจ้งว่า กรณีข้อหารือเมื่อปรากฎข้อเท็จจริงว่ามหาวิทยาลัยบุรพาเป็นผู้ชนะการเสนอราคา และกลุ่มเครือข่ายฯ ขอให้มีการตรวจสอบการเรียกรับผลประโยชน์ สถ. จึงได้ชะลอการลงนามไปก่อน และ สถ. ได้เพิ่มมาตรการป้องกันการทุจริตซึ่งถือเป็นสาระสำคัญของการสอบแข่งขัน โดยมาตรการดังกล่าวมีหลักประกันที่สูงกว่าและเพียงพอต่อการแก้ไขปัญหาการทุจริตได้เมื่อเทียบกับ TOR เดิม จึงเป็นดุลยพินิจของ สถ. ที่จะพิจารณายกเลิกได้ สถ. จึงประกาศยกเลิกประกาศผู้ชนะการเสนอราคาของมหาวิทยาลัยบูรพา เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2568 โดยไม่ตัดสิทธิมหาวิทยาลัยบูรพาที่จะเข้าเสนอราคาในครั้งต่อไป การยกเลิกจึงเป็นผลจากกระบวนการนำข้อเสนอแนะของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง กระทรวงมหาดไทย ไปปฏิบัติตามขั้นตอน
การประกาศยกเลิกผู้ชนะการเสนอราคาของมหาวิทยาลัยบูรพาเป็นการปฏิบัติตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการตรวจสอบขอเท็จจริง กระทรวงมหาดไทย ในการเพิ่มมาตรการปองกันการทจริตตามที่ได้รับข้อร้องเรียนและสอดคล้องกับความเห็นของคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ กรมบัญชีกลาง
ดังนั้น นายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยในขณะนั้น จึงไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการยกเลิกผู้ชนะการเสนอราคาของมหาวิทยาลัยบูรพา และการทุจริตสอบแข่งขัน ปี พ.ศ. 2568 แต่อย่างใด



Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา