
นายกฯร่ายยาวเรื่องปืน ยันหลัก ‘มีไว้เก็บ พกไม่ได้’ ยิงโจรในบ้านยังไม่ได้ มอบ ‘ปกรณ์ นิลประพันธ์’ ทำกฎหมายควบคุมอาวุธปืนใหม่ ส่วนคดีความ ‘ฉลอง เรี่ยวแรง’ โยนตำรวจตอบ ก่อนยืนยันยุคนี้ไม่มีช่วยเรื่องตำแหน่ง
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า วันที่ 11 สิงหาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์หลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า กรณีเหตุการณ์นายฉลอง เรี่ยวแรง อดีต สส.จ.นนทบุรี ใช้อาวุธยิงพ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ นายกอบจ.นนทบุรี เสียชีวิตวานนี้ (10 ส.ค. 69) ได้มอบหมายนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ร่างกฎหมายควบคุมอาวุธปืนขึ้นมาใหม่ พร้อมสั่งการกระทรวงมหาดไทยและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ดำเนินการในเรื่องการไม่ต่อใบอนุญาตทั้งใบ ป.3 (ใบซื้อปืน), ใบ ป.4 (ใบมีและใช้) และใบ ป.12 (ใบพกพา) ซึ่งขณะนี้ถูกระงับการออกใหม่ตามนโยบายควบคุมความปลอดภัย จนกว่าจะมีมติครม.ใหม่
นายกรัฐมนตรีกล่าวต่อว่า ช่วงนี้เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองและตำรวจจะตั้งด่านตรวจค้น เน้นไปที่อาวุธปืน ยาเสพติดเป็นหลัก โดยเน้นไปที่อาวุธปืนและยาเสพติดเป็นหลัก หากพบไม่สามารถประกันตัวได้ โดยในชั้นสืบสวนสอบสวนตำรวจจะคัดค้านการประกันตัว ต้องเข้าไปนอนในห้องขัง ในช่วงนี้ยังพกพาอาวุธปืนไม่ได้ ดังนั้นขอย้ำว่าอย่าไปเชื่อใครให้พกพาอาวุธปืนเอาไว้ป้องกันตัว ส่วนใหญ่คนที่พกปืนเหล่านี้จะทำร้ายตัวเองทั้งนั้น เพราะว่าเป็นของร้อน ส่วนเครื่องกระสุนก็ไม่สามารถพกพาได้ เพราะเวลาออกกฎหมายใหม่จะต้องครอบคลุมทั้งหมด
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า สำหรับการซื้อขายอาวุธปืนทางออนไลน์ที่ดูแล้วควบคุมยาก เมื่อใบอนุญาตไม่มี ตอนนี้อย่ามาบอกว่า ควบคุมยากหรือง่าย ข้อห้ามคือมีไม่ได้ เพราะดูกฎหมายอย่างรุนแรง ถ้ามีก็คุกอย่างเดียว เมื่อออกกฎหมายนี้ก็จะไปหารือกับทางอัยการและศาล เพื่อขอความร่วมมือว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญของประเทศ และขอให้ใช้การพิจารณาอย่างรวดเร็วและเด็ดขาด พร้อมคัดค้านการประกันตัวในขั้นตอนที่เหมาะสม
@ปืนมีไว้เก็บ พกไม่ได้
เมื่อถามถึงว่า ขณะที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) และนักการเมืองหลายคน เมื่อเปิดบัญชีทรัพย์สินออกมาแล้ว ก็มีปืนระบุอยู่ในบัญชีทรัพย์สินด้วย นายอนุทินกล่าวว่า กรณีที่เป็นปืนที่มีใบอนุญาตจดทะเบียนอยู่แล้ว ต้องเก็บไว้ที่บ้านได้อย่างเดียว แต่พกพาไม่ได้
ส่วนกรณีที่เป็นปืนเถื่อน นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า จะต้องไปศึกษาการออกกฎหมายให้นำมาคืนภายในระยะเวลากี่วันก็แล้วแต่ ตามกฎหมายอยู่แล้ว ส่วนปืนที่โอนไม่ได้ เช่น เป็นมรดกตกทอดจากผู้คู่รัก ไม่อยู่ในสภาวะที่รับได้ ก็ให้นำมาคืน และจะมีบทเว้นโทษในระยะเวลาที่กำหนด ไม่รู้จะใช้คำว่านิรโทษได้หรือไม่ ตนไม่ใช่นักกฎหมาย แต่เป็นบทยกเว้นว่า เมื่อนำมาคืนในระยะเวลาที่กำหนดแล้ว ก็ถือว่าไม่มีโทษอะไร
ขณะที่ปืนที่ถูกกฎหมาย จะสามารถห้ามนำออกจากบ้านได้ 100% หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ต้องห้ามได้สิ ในเมื่อห้าม ถ้าคนไม่ใช่เจ้าหน้าที่ของรัฐในขณะปฏิบัติหน้าที่ หากพกปืนไปไม่มีใบพก ก็ถือว่าทำผิดกฎหมาย แค่คิดก็ผิดแล้ว ไม่ใช่ห้าม 100% ไม่ได้ ตอนนี้ห้ามพกพา 100% ถ้าทำก็ผิดกฎหมายและติดคุก
ส่วนนักกีฬาที่พกไปซ้อมยิงปืนที่สนามยิงปืน นายกรัฐมนตรียืนยันว่า ก็ไม่มีผ่อน จะต้องมีการตรวจสอบจำนวนกระสุนซ้อมในสนามยิงปืนนั้น และต้องฝากปืนไว้กับสนามยิงปืน เวลาไปซ้อมต้องไปซื้อกระสุนซ้อมที่สนาม และระบุจำนวนให้ตรงกัน เมื่อซ้อมเสร็จต้องเก็บไว้ที่สนาม ห้ามพกออกมา จะอ้างอะไรไม่ได้ทั้งนั้น ถือว่าไม่มีเหตุผล ประเทศอื่นก็ทำกันหมดแล้ว ห้ามพกพาปืน กฎหมายรุนแรงถึงขั้นประหารชีวิตด้วย
ส่วนคนที่มีการเก็บอาวุธปืนไว้ที่บ้าน แต่มีพฤติกรรมข่มขู่และรุนแรง จะมีการยึดปืนคืนหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ใบอนุญาตพกพาไม่มีอยู่แล้ว และคนที่ครอบครองปืนแล้วมีพฤติกรรมน่าสงสัย คนในบ้านหรือสมาชิกในครอบครัวก็ต้องสังเกต การเอาออกมาจากบ้านถือว่าผิดกฎหมาย จะอ้างว่าไม่รู้กฎหมายไม่ได้ ยังไงก็ผิด ไม่มีข้อยกเว้น ตอนนี้กฎหมายก็ชัดเจนอยู่แล้วว่าห้ามพกพาอาวุธปืนออกจากบ้าน ที่พกออกไปถือว่าผิดทั้งนั้น วันหลังตนจะไปที่ทำเนียบฯ ดูว่ามีหรือไม่ และตนเตรียมสั่งการคนใกล้ชิด คนติดตามรัฐมนตรี หากพกพาปืนแล้วไม่ใช่เจ้าหน้าที่ตำรวจ และไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่อยู่ ก็ตัวใครตัวมัน
ขณะที่เรื่องปืนนั้นดูแล้วเหมือนเป็นไฟไหม้ฟาง หากกระแสผ่านไปก็อาจมีการละหลวมได้นั้น นายอนุทินกล่าวว่า ก็ต้องไม่ให้ละหลวม เรามีเจ้าหน้าที่ของบ้านเมือง เพราะเรื่องนี้มาเป็นกฎหมายแล้ว เจ้าพนักงานฝ่ายปกครองก็มีหน้าที่ในการกำกับดูแลอย่างเคร่งครัด
เมื่อถามว่า หากมีปืนอยู่ที่บ้าน นำออกมาป้องกันตัวอยู่ที่บ้านได้หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ยิงในบ้านก็ไม่ได้ ลองไปยิงโจรในบ้านก็ผิดอยู่ดี กฎหมายไม่ได้คุ้มครองตรงนั้น ที่ผ่านมาเป็นอย่างไรไม่รู้ แต่ตนถือว่าปืนไม่ใช่ของที่ดี ใครมีอยู่ใกล้ตัวก็คิดว่าตัวเองมีกำลังเหนือคนอื่น ถ้าเกิดมีเหตุกดดันหรือบันดาลโทสะขึ้นมาก็จะทำในสิ่งที่เดือดร้อน ทำให้คนอื่นเดือดร้อน จะทำให้ถูกใจคนทั้งหมดไม่ได้ แต่ต้องทำให้เกิดความปลอดภัย โดยเฉพาะคนที่เคราะห์ร้ายกลายเป็นผู้บริสุทธิ์ เป็นสุจริตชนทั่วไป และเป็นเด็กด้วย ปืนเอาไว้เป็นของโชว์ เอากระสุนทิ้งไป เอาแม็กออกมาแล้วเอาไปใส่กล่องครอบ
นายอนุทินกล่าวด้วยว่า ส่วนตัวเคยมีปืนแต่ทำหายไป จากนั้นก็ไปแจ้งความเท่านั้นเอง ตอนนี้ไม่มีสักกระบอก ส่วนที่ในบัญชีทรัพย์สินพบว่าภรรยาคนปัจจุบันของอนุทินครอบครองปืนนั้น นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า งั้นผมคงต้องระวังตัวผมเอง
@ยุคนี้ไม่มีช่วยเหลือด้านตำแหน่ง
ส่วนความคืบหน้าคดีของนายฉลอง นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ให้ถามทางตำรวจ
เมื่อถามต่อว่า หลังจากที่นายฉลองอ้างว่าสามารถช่วย พ.ต.อ.ธงชัย ให้เป็นผู้กำกับได้หรือไม่ แสดงว่ามีการช่วยเหลือด้านตำแหน่ง นายอนุทินกล่าวว่า เรื่องมันเกิดมากี่ปีแล้ว พ.ต.อ.ธงชัยก็อายุเยอะแล้ว ตอนนั้นยังไม่เข้าการเมืองเลยไม่รู้
เมื่อผู้สื่อข่าวจึงถามย้ำว่า ในยุคนี้ไม่มีใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า “ยุคนี้ไม่มี”

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา