
‘ศาลปกครองสูงสุด’ ยกฟ้องคดี ‘ผู้ว่าฯอุดร’ เพิกถอนการอนุญาตให้ ‘พ่อค้าแม่ค้า’ ขายสินค้าใน ‘ตลาดร่มขาว’ เมื่อปี 2566 หลังโควิด-19 คลี่คลาย ชี้เป็นคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย ขณะที่ ‘เทศบาลนครอุดรฯ’ เตรียมพื้นที่ ‘ตลาดเทศบาล 2’ รองรับเอาไว้แล้ว
................................................
เมื่อวันที่ 30 มิ.ย. ศาลปกครองอุดรธานีได้อ่านคำพิพากษา คดีหมายเลขดำที่ อ.765/2568 หมายเลขแดงที่ อ.318/2569 ระหว่างนาย ว. ผู้ฟ้องคดี กับผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี ที่ 1 และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่ 2 ผู้ถูกฟ้องคดี กรณีผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี กับพวก มีคำสั่งเมื่อวันที่ 17 ส.ค.2566 เพิกถอนการอนุญาตให้กลุ่มพ่อค้าแม่ค้าเข้ามาค้าขายในตลาดร่มขาว และให้ย้ายสถานที่จำหน่ายไปยังตลาดเทศบาล 2 ซึ่งเทศบาลนครอุดรธานีจัดไว้ให้ หลังจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) มีความรุนแรงลดลง
โดยคดีนี้ ศาลพิเคราะห์แล้ว เห็นว่า บริเวณพิพาท (ตลาดร่มขาว) ที่อนุญาตให้ค้าขายเป็นที่ราชพัสดุ และที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 อนุญาต เนื่องจากเกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ซึ่งถือว่าเป็นสาธารณภัยอย่างหนึ่ง จึงมีความจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องดำเนินการตามมาตรการเว้นระยะห่าง Social Distancing เพื่อป้องกันและระงับยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคที่เกิดขึ้นให้ทันท่วงที
ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 จึงมีอำนาจตามข้อ 7 (1) ของกฎกระทรวงการใช้ที่ราชพัสดุ พ.ศ.2563 ในการอนุญาตให้ใช้พื้นที่ที่ราชพัสดุดังกล่าวเป็นการชั่วคราว เพื่อประโยชน์ในการป้องกันหรือบรรเทาสาธารณภัยได้
และการที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 อนุญาตให้ผู้ฟ้องคดีและกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าย้ายเข้ามาจำหน่ายสินค้า โดยมีเงื่อนไขให้จำหน่ายสินค้าในบริเวณพื้นที่ดังกล่าวได้เป็นการชั่วคราว จนกว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค COVID-19 จะคลี่คลายลง มีลักษณะเป็นข้อสงวนสิทธิที่จะยกเลิกหรือเพิกถอนคำสั่งดังกล่าวของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ตามมาตรา 39 วรรคสอง (3) แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539
การที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ได้อนุญาตให้ผู้ฟ้องคดีเข้ามาจำหน่ายสินค้าในบริเวณพิพาทเป็นการชั่วคราวดังกล่าว จึงเป็นคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย
เมื่อคำสั่งอนุญาตให้ผู้ฟ้องคดีเข้ามาจำหน่ายสินค้าในบริเวณพิพาทเป็นคำสั่งทางปกครองที่ชอบด้วยกฎหมายและเป็นการให้ประโยชน์แก่ผู้ฟ้องคดี การเพิกถอนคำสั่งทางปกครองดังกล่าว จึงต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในมาตรา 53 วรรคสอง (1) แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539 คือ มีกฎหมายกำหนดให้เพิกถอนได้หรือมีข้อสงวนสิทธิให้เพิกถอนได้ในคำสั่งทางปกครองนั้นเอง
ต่อมา เมื่อสถานการณ์การระบาดของโรค COVID-19 มีแนวโน้มจำนวนผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง และอัตราการเสียชีวิตลดลง รวมถึงการแพร่ระบาดและความรุนแรงของโรคมีแนวโน้มลดลง ประกอบกับจำนวนวัคซีนป้องกันในราชอาณาจักรมีจำนวนเพียงพอและประชาชนได้รับวัคซีนป้องกันในระดับความครอบคลุมสูง ทำให้ประชาชนมภูมิคุ้มกันโรคเพิ่มขึ้น
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขจึงได้มีประกาศกระทรวงสาธารณสุข ยกเลิกประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ชื่อและอาการสำคัญของโรคติดต่ออันตราย (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2563 พ.ศ.2565 ลงวันที่ 19 กันยายน 2565 ซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 20 กันยายน 2565 และมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2565 เป็นต้นไป
และนายกรัฐมนตรี โดยคำแนะนำของศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อ COVID-19 (ศบค.) ได้มีประกาศยกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร ประกาศ ข้อกำหนด และคำสั่งที่เกี่ยวข้อง ลงวันที่ 29 กันยายน 2565 ซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 29 กันยายน 2565 โดยให้ยกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร ลงวันที่ 25 มีนาคม 2563
และประกาศขยายระยะเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักรดังกล่าว อันเนื่องจากการเกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อ COVID-19 และให้บรรดาข้อกำหนด ประกาศ และคำสั่ง อันเนื่องมาจากได้มีประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักรดังกล่าว เป็นอันสิ้นสุดลง ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2565 เป็นต้นไป
แสดงให้เห็นได้ว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ได้สิ้นสุดลงแล้วตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2565 กรณีจึงเป็นไปตามเงื่อนไขของคำสั่งทางปกครองที่มีข้อสงวนสิทธิให้ยกเลิกหรือเพิกถอนคำสั่งของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ตามมาตรา 39 วรรคสอง (3) แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539
ดังนั้น เหตุผลและความจำเป็นในการอนุญาตให้ใช้ที่ราชพัสดุเพื่อประโยชน์ในการป้องกันหรือบรรเทาสาธารณภัยจึงเป็นอันหมดสิ้นไป ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ซึ่งเป็นผู้มีอำนาจในการอนุญาตให้ใช้ที่ราชพัสดุ จึงมีอำนาจยกเลิกการอนุญาตได้ตามมาตรา 53 วรรคสอง (1) แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539 ดังนั้น การที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ได้มีคำสั่งเพิกถอนการอนุญาตให้เข้ามาค้าขายในบริเวณพิพาท ลงวันที่ 17 สิงหาคม 2566 จึงเป็นการใช้ดุลพินิจโดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว
ส่วนกรณีคำสั่งทางปกครองที่มีลักษณะเป็นการให้ประโยชน์แก่ผู้รับคำสั่งทางปกครอง ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 จึงต้องเพิกถอนคำสั่งทางปกครองดังกล่าวภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่ได้รู้ถึงเหตุที่จะให้เพิกถอนคำสั่งทางปกครอง นั้น
เมื่อได้วินิจฉัยไว้แล้วว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ซึ่งเป็นข้อเท็จจริง อันเป็นเหตุให้เกิดอำนาจแก่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ในการอนุญาตให้ผู้ฟ้องคดีเข้ามาค้าขายในบริเวณพิพาทได้สิ้นสุดลงแล้วตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2565 จึงเป็นไปตามข้อสงวนสิทธิที่กำหนดไว้ในคำสั่งทางปกครองที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 จะยกเลิกคำสั่งดังกล่าวได้
กรณีจึงถือได้ว่า ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ได้รู้ถึงเหตุที่จะให้เพิกถอนการอนุญาตดังกล่าวอย่างช้าที่สุดในวันที่ 1 ตุลาคม 2565 ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 จึงต้องเพิกถอนคำสั่งทางปกครองดังกล่าวภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2565 กล่าวคือ ภายในวันที่ 29 ธันวาคม 2565
เมื่อปรากฏว่า ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ได้มอบหมายให้เทศบาลและเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องดำเนินการ แจ้งให้ผู้ฟ้องคดีและกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าให้ย้ายสถานที่จำหน่ายสินค้าออกจากบริเวณพิพาท ไปยังตลาดเทศบาล 2 ที่เทศบาลได้จัดเตรียมไว้ให้แล้ว ซึ่งถือว่าอย่างช้าที่สุด คือ วันที่ 20 ธันวาคม 2565 โดยการดำเนินการดังกล่าวได้มีการแจ้งด้วยวาจาและโดยการสื่อความหมายในรูปแบบของการติดตั้งป้ายห้ามจำหน่ายสินค้าหรือตั้งวางสิ่งใดๆ ในบริเวณพื้นที่พิพาท
อันเป็นข้อความที่มีความหมายที่ชัดเจนเพียงพอ ที่จะทำให้ผู้ฟ้องคดีและกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าเข้าใจได้ว่าเป็นการยกเลิกการอนุญาตให้ผู้ฟ้องคดีและกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าเข้ามาค้าขายในบริเวณพิพาท และไม่สามารถเข้ามาจำหน่ายสินค้าในบริเวณพิพาทได้ต่อไป จึงถือเป็นคำสั่งทางปกครองตามมาตรา 5 ประกอบมาตรา 34 แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539
และจึงถือได้ว่า การเพิกถอนคำสั่งทางปกครองได้กระทำภายในเก้าสิบวันนับแต่ได้รู้ถึงเหตุที่จะให้เพิกถอนคำสั่งตามมาตรา 49 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539 แล้ว
ส่วนการที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ได้มีประกาศเพิกถอนการอนุญาตให้เข้ามาค้าขายในบริเวณพิพาท ลงวันที่ 17 สิงหาคม 2566 เป็นเพียงการออกคำสั่งทางปกครองเป็นหนังสือยืนยันว่า คำสั่งทางปกครองที่ทำด้วยวาจาดังกล่าวนั้น มีเนื้อหาและเหตุผลอย่างไร อันเป็นการยืนยันคำสั่งทางปกครองเป็นหนังสือ เท่านั้น มิใช่การออกคำสั่งใหม่
ผลของคำสั่งทางปกครองที่ยกเลิกการอนุญาตให้ผู้ฟ้องคดีเข้ามาค้าขายในบริเวณพิพาทย่อมเกิดขึ้นแล้วตั้งแต่วันที่ผู้ฟ้องคดีได้รับแจ้งด้วยวาจาให้ย้ายสถานที่จำหน่ายสินค้าออกจากบริเวณพิพาท ตามมาตรา 69 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539
คำสั่งของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ลงวันที่ 17 สิงหาคม 2566 ที่ให้ยกเลิกการอนุญาตให้ผู้ฟ้องคดีเข้ามาจำหน่ายสินค้าบริเวณพิพาท จึงเป็นคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย
การที่ศาลปกครองชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง นั้น ศาลปกครองสูงสุดเห็นพ้องด้วยในผล
พิพากษายืน

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา