
‘เอกนิติ’แถลงรับรัฐบาลถอยแล้ว หลังกระแสข่าวเพิ่มเกณฑ์เอาการอุปการะพ่อแม่มาลดภาษี ตัดสิทธิ์บัตรคนจน โยนบอร์ดประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคมพิจารณาต่อไป ยืนยันเจตนาดี ต้องการคัดกรอง ‘คนจนไม่จริง’
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า วันที่ 8 มิถุนายน 2569 นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กรณีนายอนุทิน ชาญวรีกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย สั่งการให้กระทรวงการคลัง ทบทวนการใช้มาตรการภาษี ลดหย่อนค่าอุปการะพ่อแม่ ที่ใช้เป็นเกณฑ์การกลั่นกรองสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ในเรื่องของบัตรสวัสดิการแห่งรัฐได้หารือกับนายกรัฐมนตรีแล้ว ในประเด็นที่สังคมและประชาชนเป็นห่วงเรื่องเกณฑ์ ผู้ที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่บุตรได้นำไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษี ในช่วงที่ผ่านมา และถูกตัดสิทธิ โดยนายกรัฐมนตรีและกระทรวงการคลังได้รับฟังความคิดเห็นทางสังคม โดยเป็นห่วงประเด็นนี้และเน้นย้ำจะให้ความเป็นธรรม
นายเอกนิติ กล่าวว่า จุดประสงค์คือต้องการดูแลประชาชนที่เดือดร้อนและไม่มีสิทธิใดๆ ไม่มีใครดูแล เราไม่ได้เปิดสิทธิทบทวนคนที่เดือดร้อนมานาน ครั้งที่แล้วก็ประมาณ 4-5 ปีที่แล้ว ซึ่งมีข้อร้องเรียนมากมายว่าบัตรว่าบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ คนที่ถือบัตรปัจจุบันประมาณ 13.2 ล้านคน มีคนที่เดือดร้อนจริงและไม่ได้เดือดร้อนจริงมาแอบอ้างใช้สิทธิ์ เราอยากให้บัตรสวัสดิการตรงนี้ตกไปถึงคนที่เดือดร้อนจริง ซึ่งวันนี้ได้เปิดให้กระทรวงมหาดไทยไปช่วยดูแลหาคนที่เดือดร้อนจริง และอาจจะตกหล่นคนที่จนไม่มีใครดูแล โดยเปิดตั้งแต่วันที่ 4 มิ.ย. – 21 มิ.ย.2569 และคนที่อยู่ในสิทธิปัจจุบันก็มาทบทวนคนที่ไม่เดือดร้อนจริงมีใครบ้าง และคนที่ไม่มีคนดูแลมีใครบ้าง ซึ่งเกณฑ์ที่บอกว่าคนที่ลูกดูแลแล้ว แต่มีเรื่องเกณฑ์ใช้สิทธิลดหย่อนภาษี ซึ่งคนที่มีสิทธิคือพ่อแม่ ก็ถือว่ามีลูกดูแลแล้ว แต่ความเป็นจริงปัจจุบันในสังคมไทยจากข้อมูลที่ฟังมาทั้งหมดจะมีลูกบางคนที่ใช้สิทธิลดหย่อน แต่ไม่ได้ดูแลพ่อแม่จริง ตรงนี้เราก็เป็นห่วง การที่ไปตัดสิทธิพ่อแม่อาจจะถูกกระทบ นายกฯ จึงสั่งให้ไปทบทวน
ทั้งนี้ ได้พูดคุยกับกระทรวงการคลัง ซึ่งกระบวนการในการทบทวนตรงนี้เรามีคณะกรรมการพิจารณาคือ คณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม จะไปพิจารณาทบทวนตามข้อสั่งการของนายกฯ ว่าข้อนี้อาจจะไม่เป็นธรรมกับพ่อแม่ที่ลูกไปแอบอ้างใช้สิทธิ แล้วตัวเองต้องขาดสิทธิ ซึ่งวันนี้ได้มอบกระทรวงการคลังนำเรื่องไปพิจารณาในคณะกรรมการชุดดังกล่าว เพื่อทบทวนสิทธิเพราะเราได้คำนึงถึงเสียงของสังคม และเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกคน
เมื่อถามว่า จะใช้เวลาพิจารณานานหรือไม่ นายเอกนิติ กล่าวว่า หลักการที่เข้าคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มอบให้คณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม ไปพิจารณาในกระบวนการทบทวนทบทวนหลักเกณฑ์ ได้อยู่แล้ว ซึ่งจะดำเนินการด่วนที่สุด
เมื่อถามย้ำว่า จะถึงขั้นว่าจะต้องมีการทบทวนฐานเงินเดือนลูกในการเสียภาษีด้วยหรือไม่ นายเอกนิติ กล่าวว่า ณ วันนี้ได้มีการลดหย่อนภาษีไปแล้วในปีที่แล้ว ลูกได้ใช้สิทธิลดหย่อนภาษีแล้ว ซึ่งเกณฑ์นี้ต้องเรียนว่าในหลักเกณฑ์ที่เข้า ครม. ไม่ได้กำหนดวัน เพราะอาจจะเกิดความไม่เป็นธรรมจากปีที่แล้ว ลูกเอามาลดหย่อนภาษีแล้วพ่อแม่จะถูกตัดสิทธิ ตรงนี้ตนคิดว่าอาจจะไม่ได้ใช้ในปีนี้ เพราะว่าได้ดำเนินการผ่านไปแล้ว สำหรับในปีหน้าคงต้องมานั่งทบทวนกันใหม่ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
“แต่หัวใจสำคัญของเรื่องที่จะเข้า ครม. คือการทบทวนคนที่ตกหล่นที่ไม่มีโอกาส ไม่มีระบบสวัสดิการที่จะดูแล ซึ่งที่ผ่านมาที่ใช้กันมาตลอด 10 ปี ก็ถูกร้องเรียนเป็นจำนวนมากว่าคนที่ใช้สิทธิเป็นคนที่ไม่ได้เดือดร้อนจริงมาแอบอ้างใช้สิทธิ บางคนมีรถใส่ทอง เราต้องการเอาคนกลุ่มนี้ออกจากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพื่อไปใช้สิทธิอื่น ยกตัวอย่างคนที่จะถูกตัดสิทธิ์ จาก 13.2 ล้านคน ที่เขาไม่ได้เดือดร้อนจริงไม่ใช่คนที่จนที่สุด หลายคนไปยื่นใบสมัครโครงการไทยช่วยไทยพลัส แต่เราไม่ได้ให้เพราะถือว่าอยู่ในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐอยู่แล้ว แต่คนที่จนที่สุดที่ไม่มีเงินแม้จะไปสมทบในไทยช่วยไทยพลัส คนกลุ่มนี้ต่างหากคือกลุ่มคนที่เราต้องการช่วย วันนี้จึงต้องมีการทบทวน” นายเอกนิติกล่าว
นายเอกนิติ กล่าวว่า สาเหตุที่ให้กระทรวงมหาดไทยเข้ามาเร่งดำเนินการในเรื่องนี้เพราะต้องการให้เสร็จภายในเดือน ก.ค. 69 เพราะวันที่ 1 ส.ค.2569 เราจะให้คนที่หลุดจากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ สามารถใช้สิทธิไทยช่วยไทยพลัสได้ด้วย
เมื่อถามว่า คนที่ไม่ได้สิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและต้องมาใช้ไทยช่วยไทยพลัสในวันที่ 1 ส.ค. จะได้ใช้สิทธิ 2 เดือนใช่หรือไม่ นายเอกนิติ กล่าวว่า ใช่ได้ 2 เดือน ทั้งนี้ ข้อมูลการลงทะเบียนบัตรคนจนล่าสุดเกือบ 10 ล้านรายแล้ว
ส่วนที่ติดปัญหาข้อมูลไม่ครบถ้วนติดเพราะหลักเกณฑ์ลดหย่อนภาษีด้วยหรือไม่ นายเอกนิติ กล่าวว่า ไม่ วันนี้เป็นเพียงการสำรวจสิทธิยังไม่ได้ตัดสิทธิใครเลย

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา