
‘กกต.’ เผยแพร่ คำวินิจฉัย มีคำสั่งยกคำร้อง ‘สุพิศ พิทักษ์ธรรม’ นายกอบจ.สงขลา – ‘วัฒนา ช่างเหลา’ นายกอบจ.ขอนแก่น ฝ่าฝืน ‘พ.ร.บ.เลือกตั้งท้องถิ่น’ สัญญาว่าจะให้-จูงใจให้เข้าใจผิดในคะแนนนิยม ชี้ ไม่ปรากฎพยานหลักฐานกระทำผิด-ข้อเท็จจริงรับฟังไม่ได้
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า เมื่อเร็วๆ นี้ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้เผยแพร่ คำวินิจฉัย กกต. มีคำสั่งยกคำร้อง เกี่ยวกับการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) จำนวน 2 ฉบับ ดังนี้
1. คำวินิจฉัย กกต. ที่ 799/2568 ราย นายสุพิศ พิทักษ์ธรรม นายกอบจ.สงขลา กรณีการเลือกตั้งนายกอบจ.สงขลา เมื่อวันที่ 1 ก.พ.2569 ก่อนการประกาศผลการเลือกตั้ง มีคำร้องว่า นายสุพิศ ผู้สมัครรรับเลือกตั้งนายกอบจ.สงขลา กระทำการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การเลือกตั้งสมาชิกำสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2456 มาตรา 65 (1) และ (5) ข้อกล่าวหา จัดทำ ให้ เสนอให้ สัญญาว่าจะให้ หรือจัดเตรียมเพื่อจะให้ ทรัพย์สิน หรือผลประโยชน์อื่นใดอันอาจคำนวณเป็นเงินได้แก่ผู้ใด เพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนให้แก่ตนเอง และข้อกล่าวหา หลอกลวง หรือจูงใจให้เข้าใจผิดในคะแนนนิยมของผู้สมัครใด เพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนให้แก่ตนเอง ตามลำดับ
กกต.พิจารณารายงานไต่สวนตลอดจนพยานหลักฐานอื่นที่เกี่ยวข้องประกอบกัน ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า เมื่อวันที่ 16 ม.ค.2568 ได้มีบัญชีผู้ใช้ติ๊กต็อกชื่อ ‘YOD’ แสดงความคิดเห็นต่อโพสต์ในบัญชีผู้ใช้ติ๊กต็อกของผู้ถูกร้องชื่อ ‘สุพิศ พิทักษ์ธรรม’ ด้วยข้อความว่า ‘จัดมวยอีกตะท่านนายก’ ผู้ดูแลบัญชีผู้ใช้ติ๊กต็อกของนายสุพิศจึงตอบกลับด้วยข้อความว่า “ถ้าได้รับโอกาสจัดอีกแน่นอนครับ” ซึ่งไม่ปรากฏข้อความใดอันสื่อความหมายได้ว่าหมายถึงการเลือกตั้งนายกอบจ.สงขลาหรือการแสวงหาคะแนนนิยมจากประชาชน จึงไม่เข้าลักษณะของการจัดทำ ให้ เสนอให้ สัญญาว่าจะให้ หรือจัดเตรียมเพื่อจะให้ ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดอันอาจคำนวณเป็นเงินได้แก่ผู้ใด หรือเป็นการหลอกลวง หรือจูงใจให้เข้าใจผิดในคะแนนนิยมของผู้สมัครใด เพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนให้แก่ผู้ถูกร้อง อีกทั้งไม่ปรากฎพยานหลักฐานอื่นที่ยืนยันได้ว่ามีการกระทำฝ่าฝืนกฎหมายตามข้อกล่าวหา ข้อเท็จจริงจึงรับฟังไม่ได้ว่า นายสุพิศกระทำการฝ่าฝืน พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2562 มาตรา 65 (1) และ (5) ตามคำร้อง
จึงมีคำสั่งให้ยกคำร้อง
2. คำวินิจฉัย กกต. ที่ 798/2568 ราย นายวัฒนา ช่างเหลา นายกอบจ.ขอนแก่น กรณีการเลือกตั้งนายกอบจ.ขอนแก่น เมื่อวันที่ 3 พ.ค.2567 ก่อนการประกาศผลเลือกตั้ง กกต.ได้รับคำร้องว่า นายวัฒนา ผู้สมัครรับเลือกตั้ง (ผู้ถูกร้องที่ 1) และผู้มีสิทธิเลือกตั้งอีก 3 ราย (ผู้ถูกร้องที่ 2-4) กระทำการฝ่าฝืน พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2562 มาตรา 65 (1)
กกต. ได้พิจารณารายงานการไต่สวน ตลอดจนพยานหลักฐานอื่นที่เกี่ยวข้องประกอบกัน ข้อเท็จจริงที่รับฟังได้ว่า ผู้ถูกร้องที่ 3 ให้ถ้อยคำว่า เมื่อวันที่ 3 พ.ศ.2567 เวลาประมาณ 06.00 นาฬิกา ผู้ถูกร้องที่ 4 ขับขี่รถจักรยานยนต์มาพบผู้ถูกร้องที่ 3 แล้วมอบเงิน 100 บาท และกล่าวถ้อยคำว่า “เจ้าเอา 50 บาท แล้วกะเอาให้แม่อำคา 50 บาท” ผู้ถูกร้องที่ 3 จึงได้เดินไปหาผู้ร้องที่ 2 แล้วมอบเงินดังกล่าวให้แก่ผู้ร้องที่ 2 และกล่าวถ้อยคำว่า “ให้หัวละ 50 บาท” เงินในส่วนของผู้ถูกร้องที่ 3 จำนวน 50 บาท ผู้ถูกร้องที่ 3 ไม่รับและได้มอบเงินในส่วนของผู้ถูกร้องที่ 3 ให้แก่ผู้ร้องที่ 2
จากการไต่สวนผู้ถูกร้องที่ 4 ให้ถ้อยคำว่า เมื่อวันที่ 3 พ.ย.2567 เวลาประมาณ 06.00 นาฬิกา ผู้ถูกร้องที่ 4 ไปปฏิบัติหน้าที่เป็นกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) ที่หน่วยเลือกตั้ง ตั้งแต่เวลา 06.00 นาฬิกาถึงเวลา 20.00 นาฬิกา ไม่ได้นำเงินไปมอบให้แก่ผู้ใด ซึ่งจากการไต่สวนพยานที่ไต่สวนประกอบ จำนวน 6 คน ซึ่งเป็นประธานและ กปน.ให้ถ้อยคำสอดคล้องกันว่า ผู้ถูกร้องที่ 4 มาปฏิบัติหน้าที่ที่หน่วยเลือกตั้ง ตั้งแต่เวลา 06.00 นาฬิกาถึงเวลา 20.00 นาฬิกา พยานที่ไต่สวนประกอบคนที่ 16 ซึ่งเป็นบุตรของผู้ถูกร้องที่ 3 ให้ถ้อยคำว่า เมื่อวันที่ 3 พ.ย.2567 เวลาประมาณ 06.00 นาฬิกา ไม่เห็นผู้ถูกร้องที่ 4 มาที่บ้าน ไม่เคยได้รับเงินซื้อเสียงเลือกตั้งจากผู้ใด และไม่เคยเห็นหรือได้ยินข่าวว่าผู้ถูกร้องที่ 4 มาจดรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งในหมู่บ้าน
และจากการตรวจสอบรายงานการเดินบัญชีธนาคารของผู้ถูกร้องที่ 1 ไม่ปรากฏว่ามีการโอนเงินให้แก่ผู้ถูกร้องที่ 4 จากการตรวจสอบประวัติการใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ของผู้ถูกร้องที่ 1 ไม่ปรากฏว่ามีการติดต่อกับผู้ถูกร้องที่ 4 และจากการตรวจสอบลายนิ้วมือแฝงบนธนบัตร หมายเลขธนบัตร 1 ง 6578247 ตรวจไม่พบรอยลายนิ้วมือแฝงหรือฝ่ามือแฝงแต่อย่างใด
ประกอบกับพยานที่ไต่สวนประกอบให้ถ้อยคำสอดคล้องกันว่า ไม่เคยเห็นผู้ถูกร้องที่ 4 ไปช่วยหาเสียงเลือกตั้งให้แก่ผู้ถูกร้องที่ 1 และไม่เคยพบเห็นหรือได้ยินข่าวว่าผู้ถูกร้องที่ 4 ให้เงินแก่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งเพื่อจูงใจให้ลงคะแนนแก่ผู้ถูกร้องที่ 1 อีกทั้งไม่ปรากฏพยานหลักฐานอื่นที่ยืนยันได้ว่ามีการกระทำฝ่าฝืนกฎหมายตามข้อกล่าวหา ข้อเท็จจริงจึงยังรับฟังไม่ได้ว่า ผู้ถูกร้องที่ 1 ก่อ สนับสนุน หรือรู้เห็นเป็นใจให้ผู้ถูกร้องที่ 3 และผู้ถูกร้องที่ 4 กระทำการฝ่าฝืน พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2562 มาตรา 65 (1) ตามคำร้อง
จึงมีคำสั่งให้ยกคำร้อง

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา