‘สำนักงาน ป.ป.ช.’ เปิดรับฟังความคิดเห็นฯ ‘หลักการ’ แก้ไข ‘พ.ร.บ.ป.ป.ช.’ ให้สอดคล้องกับมาตรฐาน OECD ชงเพิ่มฐานความผิดให้ ‘สินบน’ เจ้าหน้าที่ของรัฐต่างประเทศ
.....................................
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า เมื่อวันที่ 10 เม.ย. สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (สำนักงาน ป.ป.ช.) เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อหลักการการแก้ไข พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต 2561 (พ.ร.บ.ป.ป.ช.) เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานและหลักการขององค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) โดยสำนักงาน ป.ป.ช. จะเปิดรับฟังความคิดเห็นฯไปจนถึงวันที่ 31 พ.ค.2569
สำหรับหลักการในการแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตพ.ศ.2561 เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานและหลักการของ OECD ได้แก่
(1) ความผิดฐานให้สินบนเจ้าหน้าที่ของรัฐต่างประเทศ หรือเจ้าหน้าที่ขององค์การระหว่างประเทศ (Foreign bribery)
-การกำหนดให้ความผิดฐานให้สินบนเจ้าหน้าที่ของรัฐต่างประเทศสามารถใช้บังคับได้กว้างขวางและชัดเจนยิ่งขึ้น เช่น การให้สินบนผ่านคนกลาง การให้สินบนเพื่อให้เจ้าหน้าที่ของรัฐต่างประเทศกระทำการหรือไม่กระทำการที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่ราชการ ไม่ว่าจะอยู่ในขอบอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายของเจ้าหน้าที่ของรัฐต่างประเทศผู้นั้นหรือไม่ การให้สินบนแก่ผู้รับประโยชน์ที่เป็นบุคคลที่สาม
-การกำหนดหรือแก้ไขเพิ่มเติมนิยามเพื่อประโยชน์ในการบังคับใช้ เช่น คำว่า “ผู้ใด” “ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด” “ต่างประเทศ” “รัฐต่างประเทศ” “องค์การระหว่างประเทศ”
-การตัดองค์ประกอบความผิดของกฎหมายไทยบางประการเพื่อให้การกระทำเป็นความผิดกว้างขึ้นและสอดคล้องกับข้อเท็จจริงที่อาจเกิดขึ้นได้ เช่น การตัดองค์ประกอบ “เพื่อประวิงการกระทำ” เนื่องจากในหลายกรณีการให้สินบนเป็นไปเพื่อเร่งรัดการดำเนินการหรือการตัดสินใจ
-การกำหนดความผิดฐานสมคบกันให้สินบนเจ้าหน้าที่ของรัฐต่างประเทศ เป็นความผิด
-การแก้ไขปรับปรุงโทษจำคุกและโทษปรับสำหรับบุคคลธรรมดาที่กระทำความผิดให้ได้สัดส่วนหรือเทียบได้กับหรืออย่างน้อยต้องไม่น้อยกว่าโทษที่เจ้าหน้าที่ของรัฐของประเทศไทยได้รับ
-การแก้ไขปรับปรุงโทษปรับสำหรับนิติบุคคลที่กระทำความผิดให้ได้สัดส่วนหรือเทียบได้กับหรืออย่างน้อยต้องไม่น้อยกว่าโทษที่เจ้าหน้าที่ของรัฐของประเทศไทยได้รับ
-การพิจารณากำหนดโทษทางแพ่งหรือทางปกครองเพิ่มเติมสำหรับนิติบุคคลที่กระทำความผิด เช่น การเพิกถอนใบอนุญาต
(2) ความรับผิดของนิติบุคคลในความผิดฐานให้สินบนเจ้าหน้าที่ของรัฐต่างประเทศหรือเจ้าหน้าที่ขององค์การระหว่างประเทศ
-การกำหนดหรือแก้ไขเพิ่มเติมนิยามเพื่อประโยชน์ในการบังคับใช้ เช่น คำว่า “บุคคลที่มีความเกี่ยวข้องกับนิติบุคคล”
-การกำหนดข้อยกเว้นความรับผิดของนิติบุคคลเพิ่มเติม นอกจากการมีมาตรการควบคุมภายในที่เหมาะสมเพื่อป้องกันมิให้มีการกระทำความผิด กล่าวคือ แม้ว่าจะมีมาตรการควบคุมภายในที่เหมาะสมแล้ว ยังต้องกำหนดให้มีการกำกับดูแลการดำเนินการหรือการบังคับใช้มาตรการดังกล่าวอย่างมีประสิทธิภาพด้วย
-การแก้ไขปรับปรุงโทษสำหรับนิติบุคคลให้ได้สัดส่วนที่เหมาะสมกับฐานความผิด เนื่องจากโทษทางอาญาในความผิดฐานให้สินบนเจ้าหน้าที่ของรัฐต่างประเทศซึ่งมีความร้ายแรง มีอัตราโทษน้อยกว่า การไม่มีมาตรการควบคุมภายในที่เหมาะสมซึ่งเป็นความผิดที่ร้ายแรงน้อยกว่า
-การพิจารณากำหนดให้เกิดความชัดเจนว่า ความรับผิดของนิติบุคคลจะไม่ถูกจำกัดเฉพาะกรณีที่บุคคลธรรมดาซึ่งเป็นตัวการถูกดำเนินคดีหรือพิพากษาลงโทษเท่านั้น นิติบุคคลมีความรับผิดแยกต่างหากจากบุคคลธรรมดาได้
-การพิจารณากำหนดให้เกิดความชัดเจนว่า นิติบุคคลที่กระทำความผิดจะไม่หลุดพ้นจากความรับผิดด้วยเหตุที่สถานะของนิติบุคคลเปลี่ยนแปลงไป เช่น การปรับโครงสร้าง การควบรวมกิจการ การถูกซื้อกิจการ
-การพิจารณาอายุความที่เหมาะสมสำหรับนิติบุคคลที่กระทำความผิด
“จากรายงานการประเมินกรอบกฎหมายและนโยบายของประเทศไทยในการต่อต้านการให้สินบนแก่เจ้าหน้าที่ของรัฐต่างประเทศ ที่ OECD จัดทำขึ้น พบว่ากฎหมายและมาตรการที่เกี่ยวข้องกับการต่อต้านการทุจริตของประเทศไทยยังไม่เป็นไปตามมาตรฐานและหลักการของ OECD หลายประการ สรุปประเด็นที่มีความจำเป็นต้องแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายหลัก ๆ ได้ 3 ประการ ได้แก่
(1) ความผิดฐานให้สินบนเจ้าหน้าที่ของรัฐต่างประเทศ หรือเจ้าหน้าที่ขององค์การระหว่างประเทศ (Foreign bribery)
(2) ความรับผิดของนิติบุคคลในความผิดฐานให้สินบนเจ้าหน้าที่ของรัฐต่างประเทศหรือเจ้าหน้าที่ขององค์การระหว่างประเทศ
(3) การห้ามไม่ให้นำสินบนมาคำนวณภาษีอย่างชัดแจ้ง (Non-tax-deductibility)
จากประเด็นที่มีความจำเป็นต้องแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายที่กล่าวมาแล้วข้างต้น ส่งผลให้ประเทศไทยจำเป็นต้องดำเนินการและร่วมผลักดันให้เกิดการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายหลายฉบับ หนึ่งในนั้น คือ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 ที่มีการกำหนดความผิดฐานให้สินบนเจ้าหน้าที่ของรัฐต่างประเทศ หรือเจ้าหน้าที่ขององค์การระหว่างประเทศตาม (1)
และความรับผิดของนิติบุคคลในความผิดฐานให้สินบนเจ้าหน้าที่ของรัฐต่างประเทศหรือเจ้าหน้าที่ขององค์การระหว่างประเทศตาม (2) ไว้ในมาตรา 176 ซึ่งจากรายงานของ OECD แสดงให้เห็นว่า บทบัญญัติดังกล่าวยังไม่ครอบคลุมหรือยังไม่ชัดเจนเพียงพอที่จะบังคับใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
กรณีจึงมีความจำเป็นที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. และสำนักงาน ป.ป.ช. ในฐานะผู้รับผิดชอบขับเคลื่อนการเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาฯของประเทศไทยและเป็นผู้มีหน้าที่และอำนาจตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 จะต้องดำเนินการให้มีการแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญดังกล่าว ใน 2 ประการข้างต้น เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานและหลักการของ OECD” สำนักงาน ป.ป.ช.ระบุ
อ่านรายละเอียด : หลักการการเสนอแก้ไข พรป.ป.ป.ช. พ.ศ. 2561 เพื่อให้สอดคล้องกับ OECD

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา