‘นิด้าโพล’ เผยผลสำรวจฯพบประชาชน 58.8% เชื่อ ‘กกต.’ ไม่สามารถลงโทษ ‘ผู้ทุจริต’ การเลือกตั้งได้ ขณะที่กลุ่มตัวอย่าง 40.08% ระบุ ไม่มีการทุจริตในเขตเลือกตั้งของตนเอง 'แน่นอน'
.......................................
เมื่อวันที่ 15 ก.พ. ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจเรื่อง “กกต. จะลงโทษผู้ทุจริตการเลือกตั้ง ได้ไหม” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 11-12 ก.พ.2569 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป และมีสิทธิเลือกตั้ง กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ ทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น 1,310 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับการทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในการลงโทษผู้ที่กระทำการทุจริตการเลือกตั้ง
จากการสำรวจเมื่อถามประชาชนถึงการทุจริตการเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งของตนเอง เมื่อวันที่ 8 ก.พ.2569 ที่ผ่านมา พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 40.08 ระบุว่า ไม่มีแน่นอน รองลงมา ร้อยละ 23.51 ระบุว่า ไม่แน่ใจว่ามีหรือเปล่า ร้อยละ 19.54 ระบุว่า อาจจะมี และร้อยละ 16.87 ระบุว่า มีแน่นอน
เมื่อสอบถามตัวอย่างที่ระบุว่า มีการทุจริตการเลือกตั้งแน่นอนและอาจจะมีการทุจริตในเขตเลือกตั้งของตนเอง เมื่อวันที่ 8 ก.พ.2569 (จำนวน 477 หน่วยตัวอย่าง) เกี่ยวกับความสามารถของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในการลงโทษผู้ที่กระทำการทุจริตการเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งของตนเอง พบว่า ตัวอย่างร้อยละ 58.28 ระบุว่า จะไม่สามารถลงโทษใครได้เลย รองลงมา ร้อยละ 28.93 ระบุว่า อาจจะลงโทษได้บ้าง บางกรณี ร้อยละ 11.32 ระบุว่า จะสามารถลงโทษได้แน่นอน และร้อยละ 1.47 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ
ท้ายที่สุดเมื่อถามถึงความพึงพอใจของประชาชนต่อการทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในการจัดการการเลือกตั้ง ในเขตเลือกตั้งของตนเอง เมื่อวันที่ 8 ก.พ.2569 ที่ผ่านมา พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 38.55 ระบุว่า ค่อนข้างพอใจ รองลงมา ร้อยละ 22.29 ระบุว่า พอใจมาก ร้อยละ 20.84 ระบุว่า ไม่ค่อยพอใจ ร้อยละ 17.63 ระบุว่าไม่พอใจเลย และร้อยละ 0.69 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ
ทั้งนี้ การสำรวจครั้งนี้ อาศัยการสุ่มตัวอย่างโดยใช้ความน่าจะเป็นจากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลัก (Master Sample) ของ “นิด้าโพล” สุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน (Multi-stage Sampling) เก็บข้อมูลด้วยวิธี การสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ โดยกำหนดค่าความคลาดเคลื่อนไม่เกิน 0.05 ที่ระดับความเชื่อมั่น ร้อยละ 97.0
เมื่อพิจารณาลักษณะทั่วไปของตัวอย่าง พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 8.55 มีภูมิลำเนาอยู่กรุงเทพฯ ร้อยละ 18.70 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคกลาง ร้อยละ 17.79 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคเหนือ ร้อยละ 33.28 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ร้อยละ 13.82 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคใต้ และร้อยละ 7.86 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคตะวันออก โดยตัวอย่าง ร้อยละ 47.94 เป็นเพศชาย และร้อยละ 52.06 เป็นเพศหญิง เป็นต้น

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา