
ตร.ปฏิบัติการทลายเครือข่าย 'Black Mirror TKP' ค้ายาเสพติดข้ามชาติ ค้น 22 จุด 5 จังหวัด ยึด 246 ล้าน จับผู้สมัคร สส.พร้อมพวก 4 คน ด้านเจ้าตัวเผยเป็นกรรมการบริษัท แต่ไม่ได้รับรายเดือน
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า เมื่อวันที่ 29 ธ.ค. 2568 พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร./ผอ.ศอ.ปส.ตร. เป็นประธานแถลงผลการปฏิบัติการทลายรัง พร้อมด้วย พล.ต.ท.สมประสงค์ เย็นท้วม ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศอ.ปส.ตร., พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผบช.ปส., พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น., นายคณิศร ภาพีรนนท์ ผู้อำนวยการสำนักปราบปรามยาเสพติด สำนักงาน ป.ป.ส., พ.อ.พจฤทธิ์ รอบคอบ ผอ.สปส.ศปป.2 กอ.รมน. และ Miss Becky Kuo Taiwan Police Liaison Officer in Thailand เข้าร่วมฯ เพื่อตอกย้ำความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการปฏิบัติการ 'ต้องชนะยาเสพติด' ให้ได้อย่างเด็ดขาด ตามนโยบายของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร.
ศอ.ปส.ตร. โดย บช.ปส. เดินหน้าเปิดปฏิบัติการเชิงรุกอย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง เพื่อสกัดกั้นและทำลายเครือข่ายยาเสพติดรายสำคัญทั้งในประเทศและเครือข่ายข้ามชาติ ซึ่งปัจจุบันมีแนวโน้มพัฒนาและเปลี่ยนรูปแบบการลักลอบค้ายาเสพติดในช่องทางใหม่ ทำให้การต่อสู้กับยาเสพติดยิ่งทวีความซับซ้อนและท้าทายมากขึ้น
พล.ต.ท.อาชยน ผบช.ปส. ได้สั่งการให้หน่วยปฏิบัติการในสังกัดเพิ่มความเข้มข้นในการสืบสวน ขยายผล และเปิดปฏิบัติการเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด บช.ปส. ได้ร่วมกับสำนักงาน ป.ป.ส., สำนักงาน ปปง. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เปิดปฏิบัติการเชิงรุกในการปราบปรามเครือข่ายยาเสพติดและการฟอกเงินรายสำคัญ ภายใต้ปฏิบัติการทลายรัง เครือข่าย 'Black Mirror TKP' ซึ่งเป็นเครือข่ายการค้ายาเสพติด ซึ่งเปิดบริษัทบังหน้าใช้เป็นช่องทางรับ–โอนเงินค่ายาเสพติด มีกลุ่มเครือข่ายที่เป็นคนไทยและชาวต่างชาติ มีทรัพย์สินและเงินหมุนเวียนนับหมื่นล้านบาท
สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 11 ก.พ.68 กองร้อยทหารพรานที่ 2101 กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี ทำการจับกุมผู้ต้องหาสัญชาติลาว จำนวน 3 ราย ได้แก่ ท้าวพง, ท้าวลี่ และท้าวดำ ได้ที่บริเวณบ้านปากห้วยม่วง ต.นาเข อ.บ้านแพง จว.นครพนม พร้อมของกลางไอซ์น้ำหนักประมาณ 658 กิโลกรัม ยาบ้า 116,000 เม็ด เรือกีบหางยาว 2 ลำ และรถตู้ 1 คัน ซึ่งใช้เป็นพาหนะลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่ชายแดนเข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศ
จากนั้น บช.ปส.ได้สืบสวนขยายผลเรื่อยมาพบว่ากลุ่มเครือข่ายดังกล่าวใช้เส้นทางการเงินจากการค้ายาเสพติดเชื่อมโยงผ่าน บริษัท ทีเคพีฯ เกี่ยวเนื่องกัน อีก 7 คดี ดังนี้
-
(1) เมื่อวันที่ 18 มี.ค.68 บช.ปส. สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้อีก 3 ราย ได้แก่ นายจีระพงษ์, นายเอกภพ และ น.ส.ขนิษฐา พร้อมของกลางคีตามีน น้ำหนักประมาณ 199 กิโลกรัม และรถยนต์ 2 คัน ภายในห้องพักของรีสอร์ทในพื้นที่ อ.เอราวัณ จว.เลย และขยายผลจับกุมผู้ต้องหาได้เพิ่มจำนวน 2 คน ซึ่งเป็นผู้สั่งการ
-
(2) เมื่อวันที่ 9 พ.ค.68 บช.ปส. จับกุมผู้ต้องหา 2 ราย คือ นายสิทธิศักดิ์ และนายกฤษฎา พร้อมของกลางยาบ้า 196,000 เม็ด และรถยนต์ 2 คัน โดยขยายผลจับกุมผู้ต้องหาที่ทำหน้าที่โอนเงินตนเองผ่านบัญชีบริษัท ทีเคพี ฯ ได้อีก 2 ราย คือ นายณัฐพงษ์ และนายกิตติศักดิ์
-
(3) เมื่อวันที่ 29 มิ.ย.68 ตำรวจ สภ.ห้วยไร่ จว.แพร่ จับกุมนายอารีย์ พร้อมของกลางยาบ้า 10,000,000 เม็ด
-
(4) เมื่อวันที่ 19 พ.ย.67 ตำรวจ สภ.วังสะพุง จว.เลย จับกุม นายวิเชียร พร้อมของกลาง ยาบ้า 60,000 เม็ด
-
(5) เมื่อวันที่ 8 ธ.ค.67 ศุลกากรไต้หวัน ตรวจยึดพัสดุซุกซ่อนเฮโรอีน ในขวดโลชั่น น้ำหนัก 3.23 กก. ที่ไต้หวัน ซึ่งถูกส่งจากต้นทาง อ.ท่าบ่อ จว.หนองคาย
-
(6) เมื่อวันที่ 6 เม.ย.68 ตำรวจ สปพ.(191) จับกุม นายนพดล หรือดล พร้อมของกลาง ยาบ้า 10,000,000 เม็ด
-
(7) เมื่อวันที่ 10 พ.ย.68 ตำรวจ สภ.บ้านดู่ ภ.จว.เชียงราย จับกุมผู้ต้องหา 5 คน พร้อมของกลาง ยาบ้า 10,000,000 เม็ด
การขยายผลดังกล่าว พบการเชื่อมโยงทางการเงินกับอีก 3 บริษัท หมุนเวียนนับหมื่นล้านบาท ประกอบด้วย บริษัท เอ็มทีซีฯ, บริษัท ทีเคพี ปิโตรเลียมฯ และบริษัท มาสเตอร์ เทรดฯ จึงได้ประสานข้อมูลกับ สำนักงาน ปปง. พบข้อมูลรายการเดินบัญชีของกลุ่มบริษัทฯ ดังกล่าว มีลักษณะเป็นการทำธุรกรรม ซึ่งต้องสงสัยว่ามีความเกี่ยวพันกันในหลายท้องที่ จากการสืบสวนและขยายผลเชิงลึกในครั้งนี้ บช.ปส. ได้รวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อขอศาลอาญาอนุมัติออกหมายจับในข้อหา 'ร่วมกันฟอกเงินฯ' กรรมการและผู้ถือหุ้น รวม 7 ราย
ในวันนี้ 29 ธ.ค.2568 เวลา 06.00 น. จึงได้เปิดปฏิบัติการ ปิดล้อมตรวจค้นทลายรังเครือข่าย'Black Mirror TKP' พร้อมกัน 22 จุด ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร นนทบุรี ปทุมธานี ลพบุรี และตรัง สามารถจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับในข้อหาฟอกเงิน ได้ 4 คน และตรวจยึดอายัดทรัพย์สินของเครือข่าย อาทิ เงินสด 1,562,000 บาท, ทองคำ น้ำหนักรวม 43 บาท (655 กรัม), บ้านพร้อมที่ดิน 8 หลัง, อาคารชุด 12 ห้อง, รถยนต์ รวม 6 คัน, รถจักรยานยนต์ 1 คัน, อาวุธปืน 18 กระบอก และโฉนดที่ดิน 1 แปลง ฯลฯ อายัดเงินในบัญชี 30 ล้านบาท รวมมูลค่าทรัพย์ 246,604,500 บาท
ขณะเดียวกันยังพบว่า หนึ่งในผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับ เป็นผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตในย่านฝั่งธนบุรี (เขต 33 เขตบางพลัดและบางกอกน้อย ยกเว้นแขวงศิริราช) สังกัดพรรคการเมืองชื่อดังพรรคหนึ่ง ตำรวจได้ดำเนินการสืบสวนสอบสวนเชิงลึกจนพบว่ามีพยานหลักฐานทั้งเรื่องของเส้นทางการเงินที่รับเงินจากเครือข่ายดังกล่าวเป็นรายเดือน และผู้ต้องหาสามีภรรยายอมรับว่า ให้เงินกับนักการเมืองรายนี้ จึงนำมาสู่การเสนอหลักฐานเพื่อขออำนาจศาลออกหมายจับ โดยตอนนี้ตำรวจปราบปรามยาเสพติดสามารถจับกุมผู้สมัคร ส.ส.รายดังกล่าวได้แล้วและกำลังนำตัวเข้ากองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด
พล.ต.ท.อาชยน กล่าวว่า เครือข่าย 'Black Mirror TKP' นี้เป็นเครือข่ายที่ลักลอบค้ายาเสพติดทั้ง ในประเทศและต่างประเทศ มีผู้ร่วมขบวนการทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เปิดบริษัทบังหน้าเพื่อฟอกเงินจากการค้ายาเสพติด ซึ่งในเครือข่ายนี้สามารถตรวจยึดยาบ้าได้รวม 30.37 ล้านเม็ด, ไอซ์ 658 กิโลกรัม, เฮโรอีน 3.23 กิโลกรัม และคีตามีน 199 กิโลกรัม ผู้ต้องหารวม 24 คน ทรัพย์สินหมุนเวียนนับหมื่นล้านบาท ถือเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จที่ตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของภาครัฐในการลดระดับอิทธิพลของกลุ่มอาชญากร และสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนถึงความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน
@เป็นกรรมการบริษัท แต่ไม่ได้รับรายเดือน ยันไม่เกี่ยวฟอกเงิน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 10.45 น.เจ้าหน้าที่ตำรวจปราบปรามยาเสพติดควบคุมนายบุญฤทธิ์ เรารุ่งโรจน์ ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต กรุงเทพมหานคร เขต 33 (บางพลัด-บางกอกน้อย ยกเว้นแขวงศิริราช) และเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับข้อหาฟอกเงินที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายยาเสพติด ลงมาพิมพ์ลายนิ้วมือ
นายบุญฤทธิ์ กล่าวว่า ยืนยันไม่เกี่ยวข้องกับขบวนการฟอกเงินจากยาเสพติด ส่วนจะยอมรับข้อกล่าวหาหรือไม่ค่อยว่ากัน ขอดูก่อน
ส่วนกรณีที่ถูกจับกุม นายบุญฤทธิ์ ปฏิเสธว่าเรื่องที่รับเงินเป็นรายเดือนนั้นไม่เป็นความจริงและไม่มีส่วนเกี่ยวข้องไม่รู้เรื่องใดๆ เกี่ยวกับเครือข่ายยาเสพติดทั้งสิ้น แต่ยอมรับว่าเป็นกรรมการ 1 ใน 4 บริษัทที่อยู่ในเครือข่ายยาเสพติดรายนี้
ข่าวที่เกี่ยวข้อง: ปชน.เปลี่ยนตัวด่วน 'บุญฤทธิ์ เรารุ่งโรจน์'ผู้สมัคร สส.กทม. พบมีหมายจับคดีฟอกเงิน

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา