
นายกฯเมิน ‘ทรัมป์’ บอกไทยโจมตีกัมพูชาก่อน ชี้ทุกประเทศบอกเป็นกลาง พร้อมมีข้อสั่งการ 2 ประเด็นคือ ให้ปภ.สำรวจผู้อพยพยิงตรงจ่ายเยียวยา และให้ก.พ.หารือกลาโหมบรรจุทายาทนายทหารที่เสียชีวิตเข้ารับการบรรจุ
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า วันที่ 23 ธันวาคม 2568 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์หลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยกล่าวถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาว่า ในที่ประชุมครม.วันนี้มีเรื่องเงินเยียวยาทั้งผู้เสียชีวิต และประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากการสู้รบชายแดน ภัยพิบัติ และอนุมัติงบประมาณสำหรับเสริมสร้างศักยภาพของกองทัพ รวมถึงจัดหารถเอกซเรย์ยาเสพติดของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งไม่ใช่การก่อหนี้ผูกพันอะไร ยืนยันว่าเป็นเรื่องจำเป็น แต่จะต้องขอความเห็นจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก่อน
ผู้สื่อข่าวจึงถามว่า มีรายงานข่าวว่านายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ระบุเชิงกล่าวหาว่าฝ่ายไทยเป็นฝ่ายที่เปิดการโจมตีกัมพูชาก่อน นายกรัฐมนตรีระบุว่าความจริงทุกคนทราบอยู่แล้ว ไม่มีความกังวลใด ๆ เราเป็นฝ่ายถูกรุกราน ถูกโจมตีก่อน สิ่งที่เราทำคือการตอบโต้เพื่อปกป้องอธิปไตยของเรา
เมื่อถามว่าหลายประเทศเข้าข้างกัมพูชา จะทำอย่างไรที่จะทำให้นานาชาติกลับมาเข้าใจประเทศไทย นายกรัฐมนตรีกล่าวว่าเป็นเรื่องทวิภาคีระหว่างไทยกับกัมพูชา ยังไม่เห็นมีประเทศไหนที่บอกว่ายืนอยู่ข้างใคร ประเทศที่มาพูดคุยก็บอกว่าเป็นกลางหมด ก็ยินดีที่ทุกประเทศเป็นกลาง อย่างไรก็ตาม เป็นปัญหาที่เราต้องแก้ไข และทำให้จบสิ้นให้ได้ระหว่างประเทศเรากับคู่กรณี
ผู้สื่อข่าวจึงถามไปว่า เป็นเพราะไทยเราไม่ได้ใช้ล็อบบี้ยิสต์เหมือนทางกัมพูชาใช่หรือไม่จึงทำให้โลกไม่เข้าข้าง นายกรัฐมนตรีไม่ตอบคำถามดังกล่าว
@สั่งปภ.สแกนประชาชนในศูนย์อพยพ มุ่งเป้าจ่ายเยียวยาตรง
ด้านนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในที่ประชุครม. นายกรัฐมนตรีมีข้อสั่งการถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาที่ยังไม่เข้าสู่สภาวะปกติ ประชาชนจำนวนมากยังต้องอพยพไปอยู่ศูนย์อพยพ เงินเยียวยาที่ยังไปไม่ถึง นายกรัฐมนตรีจึงเร่งรัดในที่ประชุม โดบให้ข้อสังเกตว่า แต่ละศูนย์อพยพที่มีประชาชนไปอาศัยอยู่ อยากให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) บูรณาการข้อมูลกับผู้ที่ดูแลศูนย์ฯ ให้เอาข้อมูลของผู้อพยพมาขึ้นทะเบียนได้เลย ไม่ต้องกลับไปเอาเอกสารอะไรอีกให้ซ้ำซ้อน ที่ประชุมครม.จึงเอาข้อเสนอดังกล่าวมาเป็นแนวปฏิบัติด้วย โดยให้ปภ.บูรณาการข้อมูลตามศูนย์อพยพต่างๆที่ประชาชนอาศัยอยู่ เพื่อให้ง่ายต่อการจัดสรรเงินเยียวยา
นอกจากนี้ โฆษกรัฐบาลยังบอกว่า นายกรัฐมนตรีพูดคุยถึงสถานการณ์โดยรวมว่าจะคลี่คลายอย่างไรและเมื่อไหร่ ทางกระทรวงกลาโหมเริ่มเจรจากับประเทศกัมพูชาตั้งแต่วันที่ 24 ธ.ค.นี้ โดยไทยยังยึดถือแนวทางว่า กัมพูช่ต้องแสดงความเสียใจและขอโทษต่อสิ่งที่ได้ทำไป และหากจะกลับไปสู่ปฏิญญามาเลเซีย ก็เป็นเรื่องที่ต้องคุยกันและถอนกำลังทหารของทั้งสองฝ่ายออกไป ฝั่งไทยยืนยันว่า เราจะอยู่ ณ ที่ปัจจุบันนี้ ก็เป็นแนวทางที่ต้องพูดคุยกัน แต่จะจบหรือไม่น่าจะยังไม่จบ
@มอบก.พ.หารือกลาโหม บรรจุทายาททหารเสียชีวิตเข้ารับราชการ
ส่วนการบรรจุทายาทผู้เสียชีวิตเข้ารับราชการทหารนั้น โฆษกรัฐบาลกล่าวว่า ที่ผ่านมามีข้อจำกัดในการบรรจุของกองทัพบก เพราะมีบางทีที่ติดขัดไม่ตรงตามวุฒิการศึกษาหรือๆม่อยู่ตามภูมิลำเนาที่ปรากฎ นายกรัฐมนตรีจึงมอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (สำนักงาน ก.พ.) และกระทรวงกลาโหมพิจารณาปรับระเบียบให้ยืดหยุ่น เพื่อให้สามารถบรรจุทายาทของข้าราชการหรือกำลังพลที่เสียชีวิต

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา