
"...ตั้งแต่รุ่นแม่ของยายเสียชีวิตไปเมื่อ 20 กว่าปีที่แล้ว ก็ไม่เคยได้ยินว่ามีการทำขวัญข้าวกันอีกเลย อาจเพราะยุคสมัยเปลี่ยนไป คนหันมาเก็บเกี่ยวข้าวด้วยรถเกี่ยวข้าวมากขึ้น ทำให้ชาวนาไม่เหลือรวงข้าวไว้ทำขวัญข้าว พิธีทำขวัญข้าวของชาวนาหมื่นศรีจึงเลือนหายไป รวมทั้งวิถีแบบดั้งเดิมคือการทำนาด้วยคน ตั้งแต่การหว่านกล้า ดำนา ไปจนการเก็บข้าวด้วยแกละ ก็หายไปจนเกือบหมด..."
............................................
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า เมื่อวันที่ 6 ก.พ. 2564 ที่ทุ่งทอรัก ภายในศูนย์การเรียนรู้เชิงเกษตรหัตถกรรมผ้าทอนาหมื่นศรี ต.นาหมื่นศรี อ.นาโยง จ.ตรัง วิสาหกิจชุมชนผ้าทอนาหมื่นศรี จัดกิจกรรม ‘ออกปากเก็บข้าว’ หรือลงแขกเกี่ยวข้าว โดยมีผู้ปกครองและเด็กๆที่ให้ความสนใจมาเรียนรู้เรื่องคุณค่าของข้าวและชาวนา รวมถึงมี ‘ครูภูมิปัญญา’ คุณยายเป็น รักชู อายุ 72 ปี ครูหมอข้าว และ ตาเชือน สงชู ปราชญ์ข้าวพื้นเมืองลุ่มน้ำคลองนางน้อย จ.ตรัง มาเล่าเรื่องราวประวัติข้าวโบราณ และสอนการเก็บข้าวด้วยแกระ เครื่องมือเก็บข้าวพื้นถิ่นภาคใต้
น.ส.อารอบ เรืองสังข์ ประธานวิสาหกิจชุมชนผ้าทอนาหมื่นศรี กล่าวว่า กิจกรรม ‘ออกปากเก็บข้าว’ เป็นอีกส่วนหนึ่งที่กลุ่มทอผ้าฯ ต้องการอนุรักษ์และสืบสานเรื่องการทำนา โดยเฉพาะประเพณีวัฒนธรรมของชาวตำบลนาหมื่นศรี เป็นการบ่งบอกถึงการพึ่งพาอาศัยและความมีน้ำใจต่อกัน เป็นความรัก การช่วยเหลือเผื่อแผ่ ซึ่งตรงกับแนวทางของกลุ่มทอผ้าฯ ที่ทอผ้าด้วยความรัก
โดยในครั้งนี้นอกจากทุกคนจะได้มาเก็บข้าวร่วมกันแล้ว ทุกคนยังได้เห็นพิธี ‘ทำขวัญข้าว’ หรือที่ชาวนาหมื่นศรีเรียกว่า ‘บทสมโภชแม่โพสพ’ หรือ ‘บทชุมนุมแม่โพสพ’ ที่ไม่ได้ยินกันมานานหลายสิบปี โดยครูหมอข้าวได้มาทำพิธีจริงเพื่อนำ ‘ขวัญข้าว’ ไปบูชาไว้บนยุ้งข้าวหรือลอมข้าวเพื่อความเป็นมงคลแก่ชาวนาและฤดูการผลิต เพื่อให้ลูกหลานได้ยินได้ฟัง หวังจะเกิดความตระหนักรู้คุณค่าของข้าวที่กิน และบุญคุณของชาวนาที่ปลูกข้าว

ยายเป็น รักชู อายุ 72 ปี ครูหมอข้าว กล่าวว่า ตั้งแต่รุ่นแม่ของยายเสียชีวิตไปเมื่อ 20 กว่าปีที่แล้ว ก็ไม่เคยได้ยินว่ามีการทำขวัญข้าวกันอีกเลย อาจเพราะยุคสมัยเปลี่ยนไป คนหันมาเก็บเกี่ยวข้าวด้วยรถเกี่ยวข้าวมากขึ้น ทำให้ชาวนาไม่เหลือรวงข้าวไว้ทำขวัญข้าว พิธีทำขวัญข้าวของชาวนาหมื่นศรีจึงเลือนหายไปได้ รวมทั้งวิถีแบบดั้งเดิมคือการทำนาด้วยคน ตั้งแต่การหว่านกล้า ดำนา ไปจนการเก็บข้าวด้วยแกละ ก็หายไปจนเกือบหมด
“ยายเข้าใจนะลูกว่าด้วยความสะดวก ทำนาเดี๋ยวนี้ง่ายขึ้นกว่าเดิมมาก มีรถมาเกี่ยวข้าว เจ้าของนาแทบไม่ต้องทำอะไรเลย รอแบ่งข้าว หรือไม่ก็รับค่าข้าวเปลือกที่ขายไป แต่สิ่งที่หายไปคือความดั้งเดิม สมัยก่อนเวลาทำนา ครอบครัวจะทำร่วมกัน ช่วยเหลือกัน เป็นความสัมพันธ์ความกลมเกลียว ความอบอุ่นที่มาจากการที่ต้องทำมาหากิน ข้าวเราไม่ต้องไปซื้อหา เราทำนาแล้วเก็บไว้ในยุ้งหรือลอมข้าว ที่มี ขวัญข้าว จากการทำพิธีไปเก็บไว้เพื่อความเป็นมงคล ปัจจุบันนี้ แม้แต่ยุ่งข้าวเองก็หายไปหมดแล้ว ชาวนาขายข้าวได้เงิน แต่กลับไม่เคยได้กินข้าวที่ตัวเองปลูก ยายจึงดีใจมากๆ ที่ได้มาทำขวัญข้าวให้คนรุ่นใหม่ดูในวันนี้ และหวังว่าคนรุ่นใหม่จะรู้จักที่มาของข้าวว่ามาจากความเหนื่อยยาก และกินข้าวอย่างรู้คุณค่า” ยายเป็น กล่าว

พิธีกรรมบูชาแม่โพสพหรือพิธีกรรมทำขวัญข้าว เป็นพิธีกรรมตามความเชื่อและศรัทธาที่มีต่อแม่โพสพ ซึ่งเป็นเทพธิดาข้าว เพื่อความเป็นสิริมงคลและขอบคุณพระแม่โพสพที่ดูแลให้ความอุดมสมบูรณ์แก่ผืนนา โดยเชื่อกันว่าเมื่อทำพิธีนี้แล้วพระแม่โพสพจะช่วยคุ้มครองข้าวในนาให้มีผลผลิตที่ดี อีกทั้งยังเป็นการสร้างขวัญกำลังใจแก่ชาวนา สร้างความเชื่อมั่นให้กับชาวนาว่า ในการทำนาครั้งต่อไป ข้าวในนาจะปราศจากโรคภัยต่างๆ ทั้งจากธรรมชาติและแมลงศัตรูพืช
ทั้งนี้สำหรับแกระเก็บเกี่ยวข้าว เป็นเครื่องมือที่ใช้ในการเกี่ยวข้าวของทางพื้นถิ่นภาคใต้ โดยการใช้งานด้วยมือเดียวตัดรวงข้าวทีละรวง ส่วนอีกมือจะถือข้าวที่ตัดได้เอาไว้เพื่อเตรียมมัดเป็นเลียงข้าว ซึ่งยังมีใช้อยู่บ้างทางภาคใต้บางท้องที่และหาได้ยากแล้วในปัจจุบัน ประกอบขึ้นด้วยไม้และเหล็กใบมีด
แบ่งเป็นสามส่วนคือ
1.ตาแกระ เป็นส่วนคม ทำด้วยใบมีด ฝังอยู่ในกระดานแกระ
2.กระดานแกระ เป็นไม้บางรูปสี่เหลี่ยมคางหมู ด้านแคบเป็นด้านตาแกระ และ
3.ด้ามแกระ ทำด้วยปล้องไม้ไผ่ ขนาดเท่านิ้วมือ เสียบขวางกับกระดานแกระตามรอยที่เจาะไว้
การเกี่ยวข้าวด้วยแกระ จะจับแกระไว้ในอุ้งมือ ด้านตาแกระอยู่ในอุ้งมือ จากนั้นดึงรวงข้าวให้ทาบกับตาแกระ กระตุกจนคมบาดรวงข้าวขาด อย่างไรก็ดี การเกี่ยวด้วยแกระจะช้ากว่าเคียว แต่สามารถเกี่ยวรวงข้าวได้หมดดีกว่าเคียว
น.ส.อารอบ กล่าวอีกว่า กิจกรรมเชิงสร้างสรรค์ลักษณะนี้ ครั้งแรกคือการเก็บข้าวเกี่ยวข้าวนั้นไม่มีการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายจากผู้เข้าร่วมกิจกรรม และต่อไปจะมีการจัดอีก หากจะมีการบริหารค่าใช้จ่าย ก็ต้องทำเป็นระบบธุรกิจชุมชนหรือธุรกิจเพื่อสังคม ไม่จัดในเชิงธุรกิจเป็นที่ตั้ง โดยกำหนดเรื่องราวหรือประเด็นของกิจกรรมในแต่ละครั้ง เปิดรับจองในจำนวนที่สามารถทำกิจกรรมได้อย่างมีคุณภาพ โดยใช้สถานที่ ‘ทุ่งทอรัก’ ซึ่งเกิดจากการประชุมตกลงของกลุ่มทอผ้าฯเพื่อตั้งชื่อให้กับสถานที่ซึ่งเป็นที่ดินของกลุ่มบริเวณใกล้กับเขาช้างหาย ตำบลนาหมื่นศรี จำนวน 8 ไร่ ที่กำลังยกระดับให้กลายเป็น ‘ศูนย์การเรียนรู้เชิงเกษตรหัตถกรรมผ้าทอนาหมื่นศรี’ ต่อไปในภายภาคหน้า
ขณะนี้ได้มีการเริ่มต้นไปบ้างแล้ว ในเรื่องการปลูกหม่อนเลี้ยงไหมเพื่อทำเส้นไหมมาทอผ้าด้วยตัวเอง การสร้างศาลาเอนกประสงค์ เพื่อรับจัดเลี้ยงนักท่องเที่ยวในแบบกลุ่ม การจัดกิจกรรมนำเที่ยวชุมชนนาหมื่นศรี มีความหลากหลายทั้งธรรมชาติและประเพณีวัฒนธรรม และจัดกิจกรรมแนวแคมปิ้งสำหรับนักท่องเที่ยวแบบกลุ่ม
ผู้สนใจสอบถามรายละเอียดกิจกรรมและการใช้พื้นที่ ‘ทุ่งทอรัก’ ได้ที่ นางสางอารอบ เรืองสังข์ ประธานวิสาหกิจชุมชนผ้าทอนาหมื่นศรี โทรศัพท์ 081-476-4318 หรือ ติดต่อทางเพจเฟซบุ๊ก วิสาหกิจชุมชนผ้าทอนาหมื่นศรี
#กดคลิก ติดตาม ส่งแชร์ข่าวอิศรา ได้ที่นี่ https://www.facebook.com/isranewsfanpage

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา