“…‘ตอ’ มีอยู่แล้ว ตอก็คือการเมือง ผู้ที่มีอำนาจทางการเมือง นี่คือสาเหตุที่เป็นประเด็น ว่ามีการใช้เงินมหาศาลในการเลือกตั้ง คือ การซื้อการคุ้มครอง ถึงคุ้มค่าที่จะใช้เงิน การซื้อเสียง 10 กว่าปีก่อน สมัยนายชวน หลีกภัย เป็นการทุจริตกินเปอร์เซ็นต์ ซึ่งมีข้อจำกัดด้านงบประมาณ เรื่องราคากลาง และวัฒนธรรมไม่เกินกี่เปอร์เซ็นต์ ตอนนี้เราไม่ได้พูดถึงเงินเปอร์เซ็นต์ แต่ก่อนนี้คนอาจใช้เงินกินเปอร์เซ็นต์มาซื้ออำนาจเพื่อที่จะเข้ามากินเปอร์เซ็นต์ เดี๋ยวนี้เงินที่มาซื้อ (เสียง) เป็นเงินที่ไม่มีต้นทุน ไม่มีขีดจำกัด…”
เลือกตั้ง 8 ก.พ.69 นโยบายการแก้ปัญหาอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ นโยบายปราบปรามสแกมเมอร์ กลายเป็นนโยบายที่ทุกพรรคการเมืองต้องมี-ไม่ตกขบวน
30 วันก่อนถึงวันเลือกตั้ง ‘กรณ์ จาติกวณิช’ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) และแคนดิเดตนายกฯ ปชป.ลำดับที่สอง เปิดแผนสู้ศึกเลือกตั้งด้วยการชู ‘แคมเปญ’ ปราบ ‘ทุนเทา’ เดินหน้าชน ‘ตอ’ ที่เป็นตัวถ่วง-ฉุดรั้งเศรษฐกิจไทย คิดเป็นเม็ดเงินงบประมาณที่ต้องสูญเสียไปกว่า 2 แสนล้านบาทต่อปี หรือ คิดเป็น 1 % ต่อจีพีดี
“แคมเปญตอนนี้ แน่นอนที่สุดคือการสื่อสารกับประชาชน การสื่อสารในรูปแบบที่ชัดเจน และเสมอต้น เสมอปลาย ผมคิดว่ามาถึงวันนี้ประชาชนที่รับสารจากเรา สาเหตุส่วนหนึ่งที่กระแสกลับมาดีคือมีความชัดเจน และเป็นความชัดเจนที่ประชาชน อย่างน้อยส่วนหนึ่งต้องการ คือการยืนหยัดกับการเมืองเชิงอุดมการณ์ ต่อสู้ทุนเทา เป็นสิ่งที่สังคมโหยหาและก่อนหน้านี้อาจจะมองไม่รู้ว่าไปหันหน้าใครถึงจะได้แบบนี้”
@ ต้องไม่มีตอ-เล่นตามจริง
“เรื่องสำคัญที่สุดในเวลานี้ รัฐบาลหลังการเลือกตั้งครั้งนี้ ผมขอเอาจริงกับเรื่องพวกนี้ได้ไหม เพราะเรื่องนี้เป็นตัวถ่วงจริงๆ และตราบใดที่ยังมีเรื่องนี้ ต่อให้มีนโยบายสวยหรูแค่ไหนก็ทำไม่ได้”
“เราสนับสนุนให้หน่วยงานที่รับผิดชอบทำตามอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายอย่างที่สุด เจอใครก็ตาม ต้องไม่มีตอ เล่นตามจริง”
“ตั้งแต่ผมกลับมาแล้วมาทำเรื่องนี้ ผมได้รับการติดต่อจาก ทุกคนที่ปรากฏในข่าวหมด ซึ่งการติดต่อมีทั้งในแง่การขู่ การขอ การเสนอ ทุกอย่าง”
“ตราบใดที่มีทุนเทา ทุนดีมันไม่มา เขาสู้ไม่ได้ เขาก็ไปที่อื่น ทุนเทามามีคนได้ประโยชน์ แต่เป็นประโยชน์นอกระบบ”
อดีตรมว.คลัง ยุครัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กล่าวว่า สิ่งสำคัญที่สุด คือ เจตจำนงทางการเมือง (Political Will) เจตนาและความมุ่งมั่นที่จะทำเรื่องนี้ และต้องรู้ว่าจะต้องทำอะไรด้วย ต้องมีจุดเริ่มต้น องคาพยพถึงจะเกิดขึ้น
เราต้องปักธงให้ชัดว่า เป้าหมายของเราในการฟื้นฟูเศรษฐกิจ คือ อะไร พรรคประชาธิปัตย์ ปักธงชัดและหวังสูง ตามศักยภาพของประเทศควรปรับเพิ่มจีดีพี 5 เปอร์เซ็นต์ต่อปี ภายใน 4 ปี ไม่ต่ำกว่า 2 % ในปี 69 3 เปอร์เซ็นต์ในปี 70 และ 4 เปอร์เซ็นต์ในปี 71 เมื่อทุกอย่างลงตัวอาจจะเริ่มมองไปถึง 5 เปอร์เซ็นต์ต่อปีได้ ไม่ง่าย แต่เป้าหมายต้องชัดเจน

@ สแกมเมอร์ ปล้นเงินประชาชน 2 แสนล้านบาทต่อปี
1 ในความตั้งใจของหลายเรื่องที่จะปลดล็อกจีดีพีได้จริงนอกจากระบบราชการ การใช้ทรัพยากรของรัฐ รวมถึงเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ที่ต้องส่งเสริม คือ การแก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่น
“3 แสนล้านบาทต่อปี จากการทุจริตในงบประมาณ เช่น คอรัปชั่น เงินใต้โต๊ะ แต่นอกงบประมาณมีอีกจำนวนมาก อย่างน้อย 2 แสนล้านบาทต่อปี หรือ คิดเป็น 1 เปอร์เซ็นต์จีพีดี ที่ประชาชนถูกปล้น โดยกลุ่มทุนเทาและสแกมเมอร์ เอาเงินออกไปหมด ไปซื้อเครื่องบินเจ็ท เรือยอร์ช เงินไม่ได้อยู่ในประเทศ”
ส่วนข้อเสนอมาตรการที่เป็น ‘ยาแรง’ ในการปราบปรามคอรัปชั่น ‘กรณ์’ คิดว่า การเอาจริงกับการบังคับใช้กฎหมายเป็นยาที่แรงพอแล้ว ไม่ต้องไปประหารชีวิตใคร เช่น กฎหมาย ปปง. เพียงแค่สงสัยก็สามารถอายัดได้แล้ว ซึ่งปัจจุบันการติดตามเส้นทางการเงินสามารถทำได้ง่ายกว่าในอดีตที่ผ่านมา
“‘ตอ’ มีอยู่แล้ว ตอก็คือการเมือง ผู้ที่มีอำนาจทางการเมือง นี่คือสาเหตุที่เป็นประเด็น ว่ามีการใช้เงินมหาศาลในการเลือกตั้ง คือ การซื้อการคุ้มครอง ถึงคุ้มค่าที่จะใช้เงิน การซื้อเสียง 10 กว่าปีก่อน สมัยนายชวน หลีกภัย เป็นการทุจริตกินเปอร์เซ็นต์ ซึ่งมีข้อจำกัดด้านงบประมาณ เรื่องราคากลาง และวัฒนธรรมไม่เกินกี่เปอร์เซ็นต์ ตอนนี้เราไม่ได้พูดถึงเงินเปอร์เซ็นต์ แต่ก่อนนี้คนอาจใช้เงินกินเปอร์เซ็นต์มาซื้ออำนาจเพื่อที่จะเข้ามากินเปอร์เซ็นต์ เดี๋ยวนี้เงินที่มาซื้อ (เสียง) เป็นเงินที่ไม่มีต้นทุน ไม่มีขีดจำกัด”
ปัญหาสแกมเมอร์ เป็นเรื่องใหญ่ กลายเป็นขบวนการค้ามนุษย์ หรือ เข้าไปสู่การซื้ออำนาจรัฐ พรรคประชาธิปัตย์มีนโยบายการปราบสแกมเมอร์ 360 องศา โดยการบังคับใช้กฎหมายที่มีอยู่แล้วให้เข้มงวด (Enforce) กฎหมาย PDPA ต้องมีความชัดเจนและลงโทษได้จริง อัพเกรด Cyber Security อย่างจริงจัง
@ ปฎิรูประบบราชการ-กีโยตินกฎหมายล้าหลัง
การปฏิรูประบบราชการ เปลี่ยนมายด์เซตภาครัฐ รัฐต้องเป็นผู้ชี้ทาง เปิดทาง ไม่ขวางทาง รวมถึงการกีโยตินกฎหมาย ลดกฎหมายล้าหลังและทับซ้อน ซึ่งเป็นที่มาของเส้นทางการทำทุจริตในระบบราชการ เพราะต้องอาศัยดุลพินิจและใบอนุญาตจำนวนมากในการทำเรื่องง่ายๆ
“หนึ่งในปัญหา คือ กระบวนการการแก้กฎหมายไม่มีประสิทธิภาพ ดังนั้น ความตั้งใจของพรรคประชาธิปัตย์ คือ การออกกฎหมายในระดับพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) หรือ ‘Super Act’ เพื่อมอบอำนาจให้กับรัฐสภาในการสะสาง ปรับหรือยกเลิกกฎหมายที่ล้าหลัง ปักหมุด ภายใน 4 ปี ให้ลดลงมาให้ได้ 15-20%”
‘กรณ์’ บอกว่า ขณะนี้เริ่มคุยกับภาคเอกชนว่า กฎหมายกลุ่มใดจะมี Impact ได้มากที่สุด ถ้าหากสามารถแก้ไขได้รวดเร็วต่อโอกาสในการสร้างรายได้ต่อธุรกิจเพื่อให้ส่งผลดีเร็วขึ้นกับการขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจ
ส่วนนโยบายใดจะเป็น ‘ปัจจัยชี้ขาด’ ที่จะทำให้ ‘โหวตเตอร์’ ลงคะแนนเลือกพรรคประชาธิปัตย์ในทัศนะของ ‘กรณ์’ ไม่คิดว่า เป็นเรื่องของนโยบาย แต่เป็นเรื่องของหลักการการทำการเมือง ซึ่งการเลือกตั้งครั้งนี้มากกว่าอุดมการณ์
“ประชาชนจะซื้อความเป็นมืออาชีพและความเชี่ยวชาญ ประชาชนเบื่อกับเรื่องทุจริต และประชาชนเข้าใจว่า ปัญหาสแกมเมอร์เป็นเรื่องที่ใกล้ตัวขึ้นเรื่อยๆ มาถึงตัวของเราทุกคน เห็นการเมืองเป็นแบบนี้ นักการเมืองย้ายพรรคตามเงื่อนไขที่ไม่ได้เกี่ยวกับประชาชน หรือ อุดมการณ์ ผมคิดว่า มันสุกงอมในระดับหนึ่ง”

@ จาก ‘สูญพันธุ์’ ตั้งเป้าเป็น ‘พรรคตัวแปร’
‘กรณ์’ ตั้งเป้าให้การเลือกตั้งครั้งนี้ให้ ‘พรรคสีฟ้า’ พลิกจาก ‘พรรคต่ำร้อย’ ที่อยู่ใน ‘จุดต่ำสุด’ เป็น ‘พรรคตัวแปร’ ที่ใครก็ตามจะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลหลังการเลือกตั้งขาดไม่ได้
“ย้อนเวลากลับไปไม่ได้กล้าที่จะหวังว่าการตอบรับจะดีเท่านี้ แต่มาถึงจุดนี้ก็มีเส้นทางอีกไกล แต่ถือว่ามาได้ดีแล้ว จากนี้ไปความคาดหวังในตัวพรรคจะเริ่มสู้ขึ้น เราก็ต้อง deliver ทั้งในส่วนตัวผู้สมัครสส. ความคิดของพรรค การนำเสนอนโยบายพรรค มีความคาดหวังว่าเราจะเป็นตัวแปร หรือ ตัวละครที่สำคัญในการเลือกตั้งครั้งนี้และหลังการเลือกตั้งเริ่มจริงจังมากขึ้น”
จากพรรคที่จะสูญพันธุ์ มาเป็นพรรคตัวแปร คำว่าตัวแปรในมุมมองของพวกเรา เราเชื่อว่าเรามีส่วนสำคัญในรัฐบาล หรือ สภาฯ หลังเลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นรัฐบาลหรือสภาฯแบบไหน นี่คือสาเหตุที่คุณอภิสิทธิ์ปักธงชัดเจนเรื่องพรรคกล้าธรรม เป็นการส่งสัญญาณชัดเจนว่าพรรคประชาธิปัตย์มีเจตนาสร้างความเปลี่ยนแปลงกับการเมืองไทยอย่างไร
“เราจะไม่เล่นเกมเดิมที่คนอื่นกำหนดว่าเราต้องเล่น หรือ เกมที่ประชาชนรู้สึกว่าเราต้องเดินไปทางนี้ทางเดียว พรรคประชาธิปัตย์ที่บอกว่า มีทางอื่นที่เราเชื่อว่าดีกว่า เราลองมาไปทางนั้นด้วยกัน ซึ่งในสภาพการเมืองปัจจุบัน ไม่จำเป็นที่ต้องเป็นพรรคใหญ่สุดที่จะกำหนดเกม เราก็กำหนดเกมได้”กรณ์ทิ้งท้าย


Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา