"...เชื่อได้ว่าผู้ยื่นรับรู้ถึงการมีอยู่ของทรัพย์สินและหนี้สินทุกรายการ ประกอบกับผู้ยื่นเคยยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินฯ ในกรณีเข้ารับตำแหน่งมาแล้ว ย่อมต้องทราบถึงความสำคัญของการยื่นบัญชีฯ แต่กลับไม่แสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินในกรณีพ้นจากตำแหน่งให้ครบถ้วน..."
นายอรุณ ยังปากน้ำ อดีตนายกเทศมนตรีตำบลทุ่งหว้า อำเภอทุ่งหว้า จังหวัดสตูล
เป็นผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ในพื้นที่ภาคใต้ อีกราย ที่ถูกศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พิพากษาลงโทษคดีจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบด้วยข้อความอันเป็นเท็จหรือปกปิดที่ควรแจ้งให้ทราบ และมีพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่ามีเจตนาไม่แสดงที่มาแห่งทรัพย์สินหรือหนี้สินกรณีพ้นจากตำแหน่ง
โดยศาลฯ ตัดสินลงโทษให้จำคุก 2 เดือน ปรับ 8,000 บาท เจ้าตัวให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษตามประมวลกฎหมายอาญา คงจำคุก 1 เดือน ปรับ 4,000 บาท ไม่ปรากฏว่าผู้ถูกกล่าวหาเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน โทษจำคุกในรอการลงโทษไว้มีกำหนด 1 ปี
รวมถึงให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตลอดไป
@ จุดเริ่มต้นคดีนี้
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) ได้รับการยืนยันข้อมูลจาก สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดสตูล ว่า จุดเริ่มต้นคดีนี้ เกิดขึ้นจากมีการตรวจสอบพบว่า นายอรุณ ยังปากน้ำ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง นายกเทศมนตรีตำบลทุ่งหว้า อำเภอทุ่งหว้า จังหวัดสตูล พ้นจากตำแหน่งเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2564 ยื่นบัญชีฯเมื่อวันที่ 30 เมษายน 2564 เมื่อตรวจสอบบัญชีฯ และเอกสารประกอบพบว่าผู้ยื่นบัญชีฯ ไม่แสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน ได้แก่
เงินลงทุนในห้างหุ้นส่วนจำกัด ฉ. 4,900,000 บาท
เงินลงทุนในห้างหุ้นส่วนจำกัด ส. 100,000 บาท
หนี้ตามหนังสือรับสภาพหนี้ ลงวันที่ 20 สิงหาคม 2558 จำนวน 6,500,000 บาท
รวมถึงไม่แสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของคู่สมรส ได้แก่
หุ้นสหกรณ์ออมทรัพย์ฯ จำกัด 417,400 บาท
เงินกู้ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) 445,851.37 บาท
เงินกู้สหกรณ์ออมทรัพย์ฯ จำกัด 1,159,325 บาท และ 48,727.25 บาท
สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดสตูล มีหนังสือถึงแจ้งให้ผู้ยื่นบัญชีฯ ให้ไปรับทราบข้อกล่าวหาซึ่งต่อมาผู้ยื่นบัญชีฯ ได้มีหนังสือชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา เมื่อพิจารณาคำชี้แจงแก้ข้อกล่าว ซึ่งสรุปได้ว่า เงินลงทุน 4,900,000 บาท และ 100,000 บาท ของผู้ยื่นบัญชีฯในห้างหุ้นส่วนทั้งสองแห่งนั้น เมื่อพิจารณาเปรียบเทียบกับงบแสดงฐานะทางการเงินของห้าง ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2560 ที่ผู้ยื่นและหุ้นส่วนอีก 1 คน ในฐานะหุ้นส่วนผู้จัดการ ยื่นและรับรองความถูกต้องไว้ต่อสำนักงานพาณิชย์จังหวัดสตูล ปรากฎว่ามีเงินลุงทุนที่ถูกต้องตรงกันทั้งสองจำนวน
ส่วนหนี้ตามหนังสือรับสภาพหนี้ลงวันที่ 20 สิงหาคม 2558 จำนวน 6,500,000 บาท ผู้ยื่นบัญชีฯ ยอมรับว่าเป็นการรับสภาพหนี้ที่ตนกู้ยืมนาย ส. เพื่อใช้ในการประกอบธุรกิจโดยยังไม่มีการชำระหนี้เสร็จสิ้นแก่เจ้าหนี้
สำหรับหุ้นสหกรณ์ออมทรัพย์ฯ จำกัด 417,400 บาท เงินกู้ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) 445,851.37 บาท และหนี้สหกรณ์ออมทรัพย์ฯ จำนวน 1,159,325บาท และ48,727.25 บาท ของคู่สมรส นั้น ปรากฎว่ามีรายการส่งเงินค่าหุ้นทุกเดือน และผ่อนชำระหนี้รายเดือนมาตลอดจนถึงวันที่ผู้ยื่นพ้นจากตำแหน่ง
จึงเชื่อได้ว่าผู้ยื่นรับรู้ถึงการมีอยู่ของทรัพย์สินและหนี้สินทุกรายการ ประกอบกับผู้ยื่นเคยยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินฯ ในกรณีเข้ารับตำแหน่งมาแล้ว ย่อมต้องทราบถึงความสำคัญของการยื่นบัญชีฯ แต่กลับไม่แสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินในกรณีพ้นจากตำแหน่งให้ครบถ้วน
ดังนั้น การที่ผู้ยื่นบัญชีฯ ไม่แสดงทรัพย์สินและหนี้สินจำนวนมากอย่างมีนัยสำคัญ จึงมีพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่ามีเจตนาไม่แสดงที่มาแห่งทรัพย์สินหรือหนี้สินนั้น เพื่อต้องการไม่ให้คณะกรรมการ ป.ป.ช.ตรวจสอบ และมีเจตนาไม่ปฏิบัติตามที่กฎหมายกำหนดในกรณีพ้นจากตำแหน่งเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2564 ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 81 มาตรา 114 และมาตรา 167
@ มติคณะกรรมการ ป.ป.ช.
คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติในการประชุมครั้งที่ 32/2566 เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2566 ว่าผู้ยื่นจงใจยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินด้วยข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบและมีพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่ามีเจตนาไม่แสดงที่มาแห่งทรัพย์สินหรือหนี้สินนั้น กรณีพ้นจากตำแหน่ง กรณีไม่แสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน จำนวน 6 รายการ ให้เสนอศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองวินิจฉัยเพื่อเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง และขอให้ลงโทษทางอาญาตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 114 วรรคสอง (1) และมาตรา 167
@ คำพิพากษาของศาล
คำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีหมายเลขดำที่ อม. 26/2566 คดีหมายเลขแดงที่ อม 11/2567 วันที่ 8 พฤษภาคม 2567 พิพากษาว่านายอรุณ ยังปากน้ำ ผู้ถูกกล่าวหาจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบด้วยข้อความอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ และมีพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่ามีเจตนาไม่แสดงที่มาแห่งทรัพย์สินหรือหนี้สิน กรณีพ้นจากตำแหน่งนายกเทศมนตรีตำบลทุ่งหว้า อำเภอทุ่งหว้า จังหวัดสตูล ให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตลอดไป และจำคุก 2 เดือน ปรับ 8,000 บาท ผู้ถูกกล่าวหาให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษตามประมวลกฎหมายอาญา คงจำคุก 1 เดือน ปรับ 4,000 บาท ไม่ปรากฏว่าผู้ถูกกล่าวหาเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน โทษจำคุกในรอการลงโทษไว้มีกำหนด 1 ปี
*************
นับเป็นการปิดฉากคดีนี้ รวมถึงเส้นทางการสมัครรับเลือกตั้ง ของ นายอรุณ ยังปากน้ำ ตลอดชีวิต