‘ป๋าเหนาะ-ประภัตร-บัญญัติ’ ชื่อโผล่ ถูก ‘ขอให้ช่วย’ คดีสินบน รพช.

เขียนวันที่
วันศุกร์ ที่ 06 มกราคม 2560 เวลา 20:30 น.
เขียนโดย
isranews

เปิด 3 นักการเมืองใหญ่ ‘ป๋าเหนาะ-ประภัตร-บัญญัติ’กับ 3 บิ๊ก ขรก. ชื่อโผล่ในคำให้การ ‘ซี 9’คนจ่ายเงินคดีสินบนฉาว 3 ล.  อ้างขอให้ช่วยเหลือ หลังถูกสอบ-สั่งย้ายไม่เป็นธรรม กล่าวหาทุจริตสร้างถนน  ชนวนร้อง ป.ป.ช.

06160 chonbot

คดี นายทวี ทวีวงศ์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการศูนย์เร่งรัดพัฒนาชนบทสกลนคร รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการกองเจ้าหน้าที่ (ระดับ 9) สำนักงานเร่งรัดพัฒนาชนบท (รพช.) รับเงิน 3 ล้านบาทจาก นายประสิทธิ์ วิไลลักษณ์ ผู้อำนวยการศูนย์เร่งรัดพัฒนาชนบทขอนแก่น (ระดับ 9) เพื่อช่วยเหลือมิให้นายประสิทธิ์ถูกโยกย้ายมารักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการกอง ระดับ 8 ในส่วนกลาง เหตุเกิดเมื่อวันที่ 18 มี.ค. 2540 โดยศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษายืนตามศาลอาญาจำคุกจำเลยเป็นเวลา 6 ปี เมื่อวันที่ 13 พ.ค. 2559 (คดีหมายเลขแดงที่ 7669/2559) ตามที่สำนักข่าวอิศรา www.isranews.org นำข้อมูลมารายงานอย่างต่อเนื่อง

สรุปประเด็นปัญหาก็คือ ก่อนที่นายประสิทธิ์ วิไลลักษณ์ จะร้องเรียนต่อคณะกรรมมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในปี 2543 และคณะกรรมการ ป.ป.ช.ได้ตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนเมื่อวันที่ 25 มิ.ย. 2545 โดยมี นายณัฏฐ์ ศรีวิหค กรรมการ ป.ป.ช. เป็นประธานอนุกรรมการ

นายประสิทธิ์จ่ายเงินให้นายทวี เพื่อช่วยเหลือ มิให้ต้องถูกย้ายตำแหน่ง (อ้างว่าจ่ายก่อนวันเกิดเหตุมาแล้ว 6 ครั้ง) แต่ทว่า จ่ายแล้วยังถูกตั้งกรรมการสอบสวนและสั่งย้าย ทำให้นายประสิทธิ์ได้เข้าร้องเรียนต่อผู้บริหารระดับสูงของ รพช. ผู้บริหารของกระทรวงมหาดไทย และ ‘ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง’ ในช่วงนั้น และในช่วงต่อมา 

ข้าราชการระดับสูง ได้แก่

1.นายปรีณะ ลีพัฒนะพันธุ์  รองเลขาธิการ รพช. (อดีตผู้ว่าฯ ยโสธร ต่อมาถูก พ.ต. เฉลิมชัย มัจฉากล่ำ หรือ ‘ผู้พันตึ๋ง’ สังหารเสียชีวิต)

2.นายดิเรก อุทัยผล เลขาธิการ รพช.

3.นายชนะศักดิ์ ยุวบูรณ์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย

ฝ่ายการเมือง ได้แก่

1.นายประยุทธ ศิริพาณิชย์  ส.ส.พรรคชาติไทย จ.มหาสารคาม

2.นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กำกับดูแลสำนักงาน รพช.

3.นายเสนาะ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

4.นายมงคล สิมะโรจน์  ใกล้ชิดนายเสนาะ เทียนทอง

5.นายบัญญัติ บรรทัดฐาน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย คนต่อมา

ทั้งนี้ ตามบันทึกคำให้การของนายประสิทธิ์ ต่อคณะอนุกรรมการไต่สวนฯ ป.ป.ช. เมื่อวันที่ 8 ส.ค. 2545 ให้การว่า เข้าทำงานที่สำนักงาน รพช.เมื่อปี 2513 และเมื่อปี 2540 ถูกย้ายจากตำแหน่งผู้อำนวยการศูนย์ รพช. สกลนคร ระดับ 9 ให้มารักษาราชการผู้ตรวจราชการกรม ระดับ 8 ที่กรุงเทพฯ

เดือน ต.ค. 2541 นายดิเรก อุทัยผล ได้รับแต่งตั้งให้มาดำรงตำแหน่งเลขาธิการ สำนักงาน รพช. ทำให้รู้จักนายดิเรกในฐานะผู้บังคับบัญชา แต่ไม่เคยไปพบ ไม่มีความสนิทสนมกันเป็นการส่วนตัว 

เมื่อวันที่ 7 พ.ค. 2542 นายดิเรก อุทัยผล ได้มีคำสั่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง เพราะนายทวี ทวีวงศ์ ผู้อำนวยการศูนย์ รพช.ขอนแก่น ได้ทำบันทึกรายงานให้นายดิเรกทราบว่า เมื่อครั้งที่นายประสิทธิ์เป็นผู้อำนวยการศูนย์ รพช.ขอนแก่น 2 ครั้ง รวม 17 ปี กล่าวหาว่า นายประสิทธิ์ได้ทำถนนสาย ยส.3059 และ ยส.4031 เมื่อปี 2537 เป็นถนนลาดยางในเขต จ.ยโสธร ทุจริตความหนาไม่ถูกต้องตามแบบที่กำหนด

หลังจากที่คณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงได้รวบรวมพยานหลักฐานแล้ว มีความเห็นคดีมีมูล เสนอนายดิเรก อุทัยผล

นายประสิทธิ์ให้การว่า มีเพื่อนสนิทคนหนึ่งชื่อ นายปรีณะ ลีพัฒนะพันธ์ เป็นเพื่อนตั้งแต่สมัยเรียนหนังสือชั้นมัธยมที่โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน และในขณะที่นายประสิทธิ์ถูกสอบสวน นายปรีณะทำงานอยู่ที่ สำนักงาน รพช. ในตำแหน่ง รองเลขาธิการ รพช.

นายประสิทธิ์ได้เล่าเรื่องนี้ให้ นายประยุทธ ศิริพาณิชย์ คนรู้จักกัน ขณะนั้นเป็น ส.ส.พรรคชาติไทย จ.มหาสารคาม นายประยุทธบอกว่า จะช่วยพูดเรื่องนี้ให้กับนายประภัตร โพธสุธน ขณะนั้นเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กำกับดูแลสำนักงาน รพช.

“หลังจากนั้นอีกประมาณหนึ่งเดือน นายประภัตรฯ ได้เรียกข้าฯ และนายปรีณะฯ ไปพบนายประภัตรที่บ้านของนายประภัตรฯ ซึ่งอยู่ที่ผ่านฟ้า กรุงเทพมหานคร และมีการพูดคุยกันถึงเรื่องนี้ ข้าฯ ได้บอกนายประภัตรฯ ว่า ข้าฯ มิได้กระทำความผิด นายประภัตรจึงสั่งให้นายปรีณะฯ พาข้าฯ ไปพบนายดิเรกฯ ที่ห้องทำงานสำนักงาน รพช.”

“เมื่อข้าฯ และนายปรีณะฯ ออกจากบ้านของนายประภัตรฯ ก็พากันไปพบนายดิเรกที่ห้องทำงาน ข้าฯ ได้อธิบายให้นายดิเรกฯ ทราบว่า ข้าฯ เองในฐานะผู้ว่าจ้างและการสร้างถนนทั้งสองสาย ก็มีขั้นตอนในการทำงาน ข้าฯ ไม่น่าจะมีความผิด ถึงขั้นจะต้องถูกตั้งกรรมการสอบสวนพิจารณาทัณฑ์ทางวินัยร้ายแรง และยังพูดอีกว่า การก่อสร้างถนนในลักษณะเดียวกันทั่วประเทศมีหลายร้อยสาย มีเพียงถูกตั้งกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง แต่ถูกลงโทษสถานเบา เหตุใดข้าฯ จึงต้องถูกตั้งฐานร้ายแรงด้วย นายดิเรกฯ พูดว่า เป็นเรื่องทุจริต ต้องทำ และจะต้องถูกดำเนินคดีอาญาด้วย และยังแจ้งให้ทราบว่า ได้ส่งเรื่องให้ พลตำรจโทล้วน ปานรศทิพ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลางแล้ว ระหว่างที่อยู่ในห้องทำงานของนายดิเรกฯ นายปรีณะฯ ได้แต่นั่งฟังเฉย ๆ ไม่ได้พูดอะไร”

เมื่อประมาณต้นปี 2543 นายประภัตรฯ ซึ่งกำกับดูแลสำนักงาน รพช. ได้เรียกเจ้าหน้าที่ระดับบริหารของสำนักงาน รพช. ประมาณ 40 คน ไปประชุมที่โรงแรมมิราคัล หลักสี่ กรุงเทพฯ และข้าฯ ได้เข้าประชุมด้วย เป็นการประชุมเรื่องที่ข้าฯ ถูกสอบสวนเรื่องทำถนนสองสายเท่านั้น ระหว่างประชุมบางช่วงเวลา ข้าฯ ถูกเชิญออกจากห้องประชุม และหลังจากนั้น ได้กลับเข้าห้องประชุมอีกจึงทราบมติของที่ประชุมว่า ให้ข้าฯ รื้อถอนถนนทั้งสองสายออก แล้วสร้างใหม่ให้ถูกต้องตามรูปแบบและข้อกำหนดทุกประการ โดยให้ข้าฯ ทำให้เสร็จเรียบร้อยก่อน แล้วจึงจะสั่งให้ข้าฯ จากช่วยราชการที่สำนักงาน รพช.ไปดำรงตำแหน่งเดิมคือ ผู้อำนวยการศูนย์ รพช.สกลนคร

ข้าฯ ได้แถลงในที่ประชุมว่า ต้องสั่งให้ข้าฯ กลับไปเป็นผู้อำนวยการศูนย์ รพช.สกลนคร เสียก่อน จึงจะมีอำนาจในการแก้ไขถนนให้ถูกต้องตามรูปแบบและข้อกำหนดได้ ที่ประชุมไม่มีผู้ใดพูด มีเพียงนายดิเรกฯ คนเดียวพูดว่า ต้องไปทำเสียก่อนถึงจะให้กลับไปทำหน้าที่เดิม แต่ข้าฯไม่ได้รับปาก

เมื่อเดือน เมษายน 2543 นายประภัตรฯ ได้เรียกผู้บริหารระดับสูงของสำนักงาน รพช. ประชุมที่สำนักงาน รพช. อีกครั้งหนึ่ง มีผู้เข้าร่วมประชุมจำนวน 11 คน รวมทั้งข้าฯ ด้วย ในที่ประชุมแจ้งให้ข้าฯ ทราบว่า ได้ส่งกรรมการตรวจสอบความเสียหายทางละเมิด ไปตรวจสอบความเสียหายของถนนทั้งสองสายแล้ว ได้รับความเสียหาย 3.9 ล้านบาท และให้ข้าฯนำเงิน 3.9 ล้านบาทมาใช้คืน รพช. แล้วจะให้ข้าฯ กลับไปทำงานที่เดิม ข้าฯ ได้ตอบไปว่า ต้องให้กรมบัญชีกลางและกระทรวงการคลังตรวจสอบ ถ้าทั้งสองหน่วยงานตรวจสอบแล้วพบว่าข้าฯ เป็นผู้ผิด ข้าฯ ก็ยินดีชดใช้คืนแต่ขอผ่อนส่ง และเหตุใดข้าฯ ต้องรับผิดชอบคนเดียว เพราะมีกรรมการอื่น ๆ อีกหลายคนที่ร่วมรับผิดชอบด้วย เช่น กรรมการตรวจรับการจ้าง นายดิเรกฯ ให้ข้าฯ ออกเงินครึ่งหนึ่ง ที่เหลือให้กรรมการคนอื่นร่วมกันรับผิดชอบ ข้าฯ ไม่ยอมให้เพราะข้าฯ ไม่มีเงิน

ข้าฯเห็นว่า ไม่ได้รับความเป็นธรรม จึงได้ทำหนังสือร้องเรียนถึง นายชนะศักดิ์ ยุวบูรณ์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย แล้วนายชนะศักดิ์ฯ ก็ส่งเรื่องให้ รพช.ทำการสอบสวนเหมือนเดิมอีก ข้าฯ จึงได้ไปร้องเรียนต่อ นายบัญญัติ บรรทัดฐาน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในขณะนั้น และต่อมาเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2543 นายชนะศักดิ์ฯ ได้ลงนามแต่งตั้งกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงกับข้าฯ มีกรรมการตรวจสอบ 6 คน นายชัยฤกษ์ ดิษฐอำนาจ ตำแหน่งที่ปรึกษากฎหมาย ระดับ 10 กระทรวงมหาดไทย เป็นประธานกรรมการ ผลการสอบสวนไม่มีโทษทางวินัยเพียงถูกว่ากล่าวตักเตือนเท่านั้น

อนุกรรมการ ป.ป.ช.ได้สอบถามเหตุให้จึงต้องส่งเงินให้นายทวี โดยโอนเงินเข้าบัญชีนายประวิทย์ อริยกานนท์ เป็นระยะ ๆ และเหตุใดจึงต้องส่งเงินสดให้แก่นายทวี ด้วยตัวเอง

นายประสิทธิ์ตอบว่า“เหตุที่ข้า ฯต้องนำเงินสดไปจ่ายให้แก่ นายทวี ทวีวงศ์ เพราะข้าฯ ทราบว่า ข้าฯ ถูกย้ายมารักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการกองระดับ 8 ในส่วนกลาง แต่ยังไม่เห็นคำสั่ง ข้าฯ จึงไปเบิกเงินจากธนาคารแล้วนำไปมอบให้แก่นายทวีฯ เพราะคิดว่าถ้าคำสั่งออกแล้วแต่ยังไม่เวียน สามารถยกเลิกคำส่งได้ หรือถ้ามีความผิดจะย้ายข้าฯ เมื่อให้เงินไปแล้วก็ไม่ย้ายข้าฯ”

นายประสิทธิ์ให้การอีกว่า ขณะที่จ่ายเงินให้แก่นายทวี ตนเองยังไม่เห็นคำสั่งย้าย และหลังจากให้เงินไปแล้ว ก็ได้เดินทางไปพบ นายเสนาะ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในขณะนั้นที่บ้านพัก โดย นายมงคล สิมะโรจน์ เป็นผู้พาไป และได้แจ้งความประสงค์ว่า  ขออยู่ที่เดิม และก็ไม่มีคำสั่งย้ายแต่อย่างใด หลังจากนั้น อีกประมาณ 1 เดือน ถูกย้ายไปเป็นผู้อำนวยการศูนย์ฯ รพช.สกลนคร (ระดับ 9) และก็ไม่เคยวิ่งเต้นหรือจ่ายเงินให้แก่นายทวี อีกเลยจนกระทั่ง เกษียณอายุราชการ

 นี่คือคือเหตุการณ์ ตามบันทึกคำให้การที่ปรากฎในสำนวนการสอบสวน ของ ป.ป.ช.  ก่อนศาลมีคำพิพากษาในที่สุด  

06160 chonbot1

 อ่านประกอบ:

โชว์สเตทเม้นท์ 3 ล. บัญชีเดินสะพัด มัดคดี ผอ.รพช. รับสินบน

ละเอียดยิบ! คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ คดี ผอ.รพช.รับสินบน 3 ล. ในห้องทำงาน

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน คุก 6 ปี ผอ.รพช.รับสินบน 3 ล.'ซี 9' คดีโยกย้ายตำแหน่ง

ศาลสั่งจำคุก 6 ปี ซี 9 รพช.รับเงินสด 3 ล.ค่าซื้อเก้าอี้ ผอ.ศูนย์ขอนแก่น ไม่ให้ถูกย้าย

ขมวดปมโอนเงิน 8.9 ล.! ‘ซี 8’ โชว์สัญญากู้ยืม 6 ฉบับ -ดุลพินิจ ป.ป.ช.

ขมวดปมโอนเงิน 8.9 ล.! ‘ซี 8’ โชว์สัญญากู้ยืม 6 ฉบับ -ดุลพินิจ ป.ป.ช

INFO : 20 รายชื่อ ขรก.คนใกล้ชิด โอนเงิน คดีซื้อ-ขายเก้าอี้ รพช.

ใบโอนเงิน 12 ล. แบงก์กรุงไทย-กสิกรไทย คดีสินบน รพช.

คำวินิจฉัย ป.ป.ช.กรณีหิ้วเงินสด-เช็ค 6 ครั้ง 20 ล. คดีสินบน รพช.

ไขปมไฉน! ‘เฉลิม’ เรียกคุยขอหัวคิว 2% ฟังไม่ขึ้น คดีสินบน รพช.

พลิกสำนวน ป.ป.ช.!ไขปม ‘ไม่ฟัน’ ซี 9 กรณีโอนเงินผ่านแบงก์ 46 ล. ‘เอาผิดยาก’

เปิดหมด!รายชื่อ 20 ขรก.-เมีย โอนเงิน 46 ล.คดีซื้อเก้าอี้ รพช. ในสำนวน ป.ป.ช.

เปิดหลักฐานใหม่ ! ไม่พบชื่อ‘เมีย’ซี 9 ถือหุ้นรับเหมา ช่วง‘เปิดบัญชี-รับเช็ค 5 ใบ’

เช็ค 5 ใบโผล่ คดีซื้อขายเก้าอี้ รพช.! 3 ฉบับ 4.2 ล. โอนเข้าบัญชีลูกสาว ซี 9

โฉมหน้า 5 ใบโอนเงิน 6.5 ล.!อ้าง ส.ส. กาฬสินธุ์ เจ้าของตัวจริง คดีสินบน รพช.r

เปิดใบโอนเงิน‘ซี 9-เมีย’ 11.5 ล.เข้าบัญชี ‘ประวิทย์’คดีสินบน-อ้าง 6.5 ล.ของ ส.ส.

เปิดตัว-คำให้การ ‘เมีย’ ซี 9 โอน 8.5 ล.เข้าบัญชี ‘ประวิทย์’ คดีสินบน รพช.

‘เมีย’อดีต ขรก.ใหญ่ มีเงินสะพัดเข้าบัญชี 30 ล. โยงคดีสินบนซื้อเก้าอี้ รพช.

INFO : เส้นทางการโอนเงินคดีซื้อขายเก้าอี้ รพช.

สเตทเม้นท์บัญชี ‘ประวิทย์’ มีเงินโอนเข้าเกิน 3 แสน 132 ครั้ง จาก 16 จ. 19 สาขา

พบ ‘ประวิทย์’ จ่ายเช็ค 98 ฉบับให้ลูกชาย 4 คนเบิกเงินสด คดีสินบน รพช.

อดีต ส.ส.-บิ๊ก รพช. ใช้บัญชี ‘ประวิทย์’ โอนเงิน ‘ซื้อที่ดิน-ดาวน์รถ-เช่าพระเครื่อง’

เปิดบทสัมภาษณ์ 'ประวิทย์' เจ้าของบัญชีเงินฝากคดี รพช. "ผมไม่ได้รวยพันล้าน"

เปิดคำให้การ อดีต ผอ. รพช. รับเช็ค 2 ล. ‘ช่วยเมียลูกชายเพื่อนทำยอดเงินฝาก’

ขมวด 5 ขรก. โอนเงินเข้าบัญชี 'เจ้าของร้านเครื่องจักรกล' 27.4 ล. คดี รพช.

คำให้การ'เฉลิม-ชัยสิทธิ์'คดีซื้อขายเก้าอี้ รพช.-ปัดเปิด ร.ร.สั่งลูกน้องส่งหัวคิว 2%

ไทม์ไลน์ชัดๆ คดีเรียกรับ 3 ล. บิ๊ก รพช. 13 ปีในมือ ป.ป.ช.-ขาดอายุความ 1 ข้อหา

อดีตซี 9 ฟ้อง ผอ.รพช. อีกคดี!เรียกรับ 3 ล.- นักธุรกิจแจงแค่ยืมบัญชีโอนเงิน

เบื้องหลังจ่าย 3 ล.! คำให้การ ซี 8 “นายให้นโยบายต้องจัดส่งค่าบริหารงาน 1%”

พบอีก 2 ขรก. โผล่โอนเงินเข้าบัญชี'เสี่ย ป.'ใกล้ชิดบิ๊ก รพช. 3 ล. 'ไม่รู้ค่าอะไร'

เปิดใบโอนเงิน 3 ล้าน คดีสินบน รพช.

คำให้การลึก! คดีซื้อขายเก้าอี้ รพช. คนเดียวจ่ายยิบให้ ‘บิ๊ก’ 8 ครั้ง 28 ล้าน

เปิดพฤติการณ์คดีสินบน 3 ล. ซี 9 รพช. เบิกเงินสดจากแบงก์ไปจ่ายถึงห้องทำงาน

ศาลสั่งจำคุก 6 ปี ซี 9 รพช.รับเงินสด 3 ล.ค่าซื้อเก้าอี้ ผอ.ศูนย์ขอนแก่น ไม่ให้ถูกย้าย