ไทม์ไลน์ชัดๆ คดีเรียกรับ 3 ล. บิ๊ก รพช. 13 ปีในมือ ป.ป.ช.-ขาดอายุความ 1 ข้อหา

เขียนวันที่
วันอาทิตย์ ที่ 27 พฤศจิกายน 2559 เวลา 20:30 น.
เขียนโดย
isranews

เจาะไทม์ไลน์ คดีเรียกรับเงิน 3 ล้าน ขรก.ระดับสูง ใน 'รพช.' ยาวนาน 13 ปีในอุ้งมือ ป.ป.ช. ก่อนถึงอัยการสูงสุด ตั้งคณะทำงานร่วมสอบเพิ่ม 3 ประเด็น ส่งให้ศาลปี 57 แถมข้อหามาตรา 157 ขาดอายุความ  

271159 chonbot 00

กรณีเรียกรับสินบน 3 ล้านบาท ที่ศาลอาญามีคำพิพากษาเมื่อ 29 ก.ย. 2558จำคุก นายทวี ทวีวงศ์ อดีตผู้อำนวยการศูนย์เร่งรัดพัฒนาชนบทสกลนคร รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการกองเจ้าหน้าที่ (ระดับ 9) สำนักงานเร่งรัดพัฒนาชนบท (รพช.)เป็นเวลา 6 ปี เหตุเกิดเมื่อวันที่ 18 มี.ค. 2540 เกี่ยวพันกับข้าราชการระดับสูงหลายคน ประเด็นหนึ่งที่ถูกตั้งคำถาม คือ เหตุใดกระบวนการไต่สวนของหน่วยงานตรวจสอบจึงใช้เวลากว่าสิบปี? 

สำนักข่าวอิศราwww.isranews.org สืบค้นข้อมูลมาเสนอ

ปี 2543 นายประสิทธิ์ วิไลลักษณ์ อดีตผู้อำนวยการศูนย์เร่งรัดพัฒนาชนบทขอนแก่น ร้องเรียนต่อคณะกรรมมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวหา นายทวี ทวีวงศ์ ว่า กระทำความผิดฐานทุจริตต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ เรียกรับเงินจากนายประสิทธิ์ และข้าราชการอื่นในสังกัด สำนักงานเร่งรัดพัฒนาชนบท ที่ประสงค์จะได้รับการแต่งตั้ง และโยกย้ายตำแหน่ง เพื่อช่วยเหลือให้ได้ดำรงตำแหน่งดังกล่าว โดยมี นายประวิทย์ อริยกานนท์ เป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิด

25 มิ.ย. 2545 คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติในการประชุมครั้งที่ 50/2545 ตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริง มี นายณัฏฐ์ ศรีวิหค กรรมการ ป.ป.ช. เป็นประธานอนุกรรมการ กรรมการประกอบด้วย นายกฤษณ์ ธีระชัยชยุติ  พ.ต.อ.บริบูรณ์ วาราชนนท์  พล.อ.อาชวัน อินทรเกสร  นายอุดมศักดิ์ ดุลยประพันธ์ เป็นอนุกรรมการและเลขานุการ น.ส.ปิยะฉัตร พ่วงพงษ์ อนุกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ โดย นายโอภส อรุณินท์ ประธานกรรมการ ป.ป.ช. เป็นผู้ลงนามคำสั่งเมื่อวันที่ 9 ก.ค. 2545 และแจ้งคำสั่งแต่งตั่งให้ผู้ถูกกล่าวหาทราบเมื่อ 22 ก.ค. 2545 ผู้ถูกกล่าวหาไม่ได้คัดค้าน

 

271159 chonbot 01

4 พ.ย. 2546 คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวน นายประวิทย์ อริยกานนท์ ในฐานะผู้ถูกกล่าวหาเพิ่ม ฐานเป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดของนายทวี และได้แจ้งมติและคำสั่งแต่งตั้งอนุกรรมการไต่สวนให้นายประวิทย์ ทราบเมื่อ 16 ธ.ค. 2546 ผู้ถูกกล่าวหาไม่ได้คัดค้าน

4 มิ.ย. 2547 คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติในการประชุมครั้งที่ 193/2547 แต่งตั้ง นายชิดชัย พานิชพัฒน์ กรรมการ ป.ป.ช. เป็นประธานอนุกรรมการ เนื่องจาก นายณัฏฐ์ ศรีวิหค พ้นจากตำแหน่งกรรมการ ป.ป.ช. และได้แจ้งคำสั่งดังกล่าวให้นายทวี และนายประวิทย์ ทราบเมื่อ 30 ก.ค. 2547

21 เม.ย. 2552 คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติแต่งตั้งอนุกรรมการไต่สวนแทนชุดเก่า 2 คน คือ นายสมชาย เจตชวลิต พนักงานไต่สวนเจ้าของสำนวน นายรุ่งนิรันดร์ สะพานทอง พนักงานไต่สวน

23 พ.ย. 2553 คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติให้ปรับเปลี่ยนพนักงานไต่สวน

14 ธ.ค. 2553 คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติให้ปรับเปลี่ยนพนักงานไต่สวนใหม่ ประกอบด้วย นายเกตุชัย ธนเศรษฐ์ พนักงานไต่สวนเจ้าของสำนวน นายองอาจ ลีลาวุฒิประเสริฐ พนักงานไต่สวน น.ส.เกวรินทร์ นิธิประภาวัฒน์ พนักงานไต่สวน  

และ มีการเปลี่ยนแปลงประธานอนุกรรมการไต่สวน โดย นายวิชัย วิวิตเสวี กรรมการ ป.ป.ช. เป็นประธานอนุกรรมการ

25  ธ.ค. 2555 คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติเอกฉันท์ 8 เสียง เห็นชอบตามความเห็นขององค์คณะไต่สวนว่า กรณีกล่าวหาผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 เรียกรับเงินจากผู้กล่าวหา เพื่อช่วยให้ผู้กล่าวหาดำรงตำแหน่งประจำที่ศูนย์ปฏิบัติการเร่งรัดพัฒนาชนบทขอนแก่น ไม่ต้องย้ายไปประจำในท้องที่จังหวัดอื่น โดยผู้กล่าวหาได้นำเงินจำนวน 3 ล้านบาท ไปมอบให้ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 เมื่อ 18 มี.ค. 2540 (การจ่ายเงินครั้งที่ 7) นั้น ข้อเท็จจริงและหลักฐานฟังได้ว่า ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 กระทำความผิดตามที่กล่าวหา จึงมีมูลความผิดทางวินัยร้ายแรง และมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 149 และ มาตรา 157 แต่ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ได้ขาดอายุความแล้ว สิทธินำคดีอาญามาฟ้องจึงระงับไป จึงให้ยุติการดำเนินคดีอาญากับนายทวีในฐานความผิดนี้

271159 chonbot 04

31 ม.ค. 2556 คณะกรรมการ ป.ป.ช. โดย นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธานกรรมการ ป.ป.ช. ส่งสำนวนพร้อมเอกสารประกอบ 315 แผ่น ให้อัยการสูงสุด กรณี ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดนายทวี เป็นความผิดทางอาญา ฐานเป็นเจ้าพนักงานเรียกรับ หรือยอมจะรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด สำหรับตนเอง หรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อกระทำการ หรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่ง ไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่ ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 149 และมาตรา 157“แต่เนื่องจากความผิดตามมาตรา 157 ได้ขาดอายุความแล้ว จึงให้ยุติการดำเนินคดีอาญากับนายทวี ทวีวงศ์ ในความผิดฐานนี้”

8 ก.พ. 2556 นายวชิร สงบพันธ์ รองเลขาธิการ ปฏิบัติราชการแทนเลขาธิการ ป.ป.ช. ทำหนังสือแจ้งนายประสิทธิ์ผู้ร้อง ตามที่ได้ร้องเรียนนายทวี นั้น คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้ดำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริงและมีมติ   

1.กรณีกล่าวหา นายทวี ทวีวงศ์ เรียกรับเงินจากผู้ร้องเพื่อช่วยผู้ร้องไม่ต้องย้ายไปประจำในท้องที่จังหวัดอื่น จำนวน3 ล้านบาท เหตุเกิดวันที่ 18 มี.ค. 2540 เป็นความผิดอาญา ฐานเป็นเจ้าพนักงานเรียกรับ หรือยอมจะรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด สำหรับตนเอง หรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อกระทำการ หรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่ง ไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่ ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 149 และมาตรา 157 และเป็นความผิดวินัยร้ายแรงฐานทุจริตต่อหน้าที่ราชการ และส่งเรื่องให้อัยการสูงสุดพิจารณาดำเนินคดีอาญา และให้กระทรวงมหาดไทยดำเนินการทางวินัย

2.กรณีกล่าวหา นายทวี ทวีวงศ์ กระทำการเรียกและรับเงินจากผู้ร้อง เพื่อช่วยให้ผู้ร้องเลื่อนตำแหน่งจากตำแหน่งผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการเร่งรัดพัฒนาชนบทขอนแก่น ระดับ 8 เป็นระดับ 9 กระทำการเรียกและรับเงินจากข้าราชการอื่น เพื่อการโยกย้ายและเลื่อนตำแหน่ กระทำการกลั่นแกล้งโยกย้ายผู้ร้องออกจากตำแหน่งผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการเร่งรัดพัฒนาชนบทขอนแก่น และดำเนินการทางวินัยกับผู้ร้อง และกล่าวหา นายประวิทย์ อริยกานนท์ ว่า สนับสนุนช่วยเหลือนายทวี ทวีวงศ์ เรียกและรับเงินจากผู้ร้องและข้าราชการอื่น นั้น ไม่มีมูล ให้ข้อกล่าวหาตกไป

271159 chonbot 02

271159 chonbot 03

น่าสังเกตว่า หนังสือแจ้งผู้กล่าวหาของ ป.ป.ช. ไม่ได้ระบุว่า ความผิดตามมาตรา 157 ได้ขาดอายุความแล้ว

9 เม.ย. 2556 อัยการสูงสุดโดยนายอรรถพล ใหญ่สว่าง รองอัยการสูงสุด ปฏิบัติราชการแทนอัยการสูงสุด ทำหนังสือถึงประธาน ป.ป.ช. แจ้งข้อไม่สมบูรณ์ของสำนวนพอที่ดำเนินคดีเกี่ยวกับความผิดในข้อกล่าวหาแก่ นายทวี และตั้งคณะทำงานร่วมระหว่าง ป.ป.ช. กับอัยการสูงสุดได้พิจารณาเพิ่มใน 3 ประเด็น

1.ในสำนวนคดีไม่ปรากฎคำให้การพยานในลำดับที่ 7-36 คงมีเพียงรายงานสรุปคำให้การพยานไว้เท่านั้น จึงให้นำส่งคำให้การพยานดังกล่าวรวมสำนวนไว้ด้วย

2.ให้นำส่งคำสั่งกระทรวงมหาดไทย กรณีมีมติแต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาคัดเลือกข้าราชการพลเรือนสามัญเพื่อเลื่อนขึ้นแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งระดับ 9 ของกรมในสังกัดกระทรวงมหาดไทยมารวมไว้ในสำนวน

3.ให้นำข้อมูลเอกสารการร้องเรียนของ ส.ส. นายรณฤทธิชัย คานเขต ที่ร้องเรียนการทำถนน 2 สายใน จ.ยโสธร ของผู้กล่าวหา ระหว่างดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการศูนย์ รพช.ขอนแก่น ให้ได้ข้อมูลว่าเป็นการร้องเรียนเมื่อใด ก่อนมีการย้ายสลับตำแหน่งระหว่างผู้กล่าวหากับผู้ถูกกล่าวหา เมื่อวันที่ 22 เม.ย. 2540 หรือไม่ ผลงานที่ไม่ได้มาตรฐานที่ถูกร้องเรียนมีผลต่อการโยกย้ายตำแหน่งหน้าที่หรือไม่

26 มิ.ย. 2556 ป.ป.ช. โดย นายวิทยา อาคมพิทักษ์ รองเลขาธิการ ปฏิบัติราชการแทนเลขาธิการ ป.ป.ช. ทำหนังสือถึงอัยการสูงสุด ส่งพนักงาน ป.ป.ช. 3 คน ร่วมเป็นคณะทำงานร่วมกับฝ่ายอัยการสูงสุด ได้แก่ นายเกตุชัย ธนเศรษฐ ผู้อำนวยการสำนักไต่สวนการทุจริตภาครัฐ 2  นายนพวร สิทธิสบาย เจ้าพนักงานปราบปรามการทุจริตชำนาญการ และนายองอาจ ลีลาวุฒิประเสริฐ เจ้าพนักงานปราบปรามการทุจริตปฏิบัติการ 

ต่อมา ส่งฟ้องต่อศาล และเป็นคดีดำเลขที่ อ.2363/2557 กระทั่งมีคำพิพากษาเมื่อ 29 ก.ย. 2558 (คดีหมายเลขแดงที่ อ.3545/2558)

คดีนี้ ถ้านับเวลาจุดเริ่มต้นจากที่ผู้ร้องยื่นร้องเรียนต่อ ป.ป.ช. ปี 2543 กระทั่งปี 2555 ที่คณะกรรมการ ป.ป.ช.มีมติ รวม 13 ปี

ถ้านับตั้งแต่วันที่ 25 มิ.ย. 2545 ที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวน จนถึงวันที่ 25  ธ.ค.2555 ที่ คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูล เป็นเวลา 11 ปี และถ้ารวมเวลาก่อนคดีถึงศาลในปี 2557 ประมาณ 12-13 ปี

และ ถ้านับตั้งแต่เริ่มต้นร้องเรียนปี 2543 จนถึงส่งฟ้องต่อศาลในปี 2557 รวมประมาณ 14-15 ปี

นี่คือข้อมูลการใช้เวลาสอบสวนคดีทุจริตกรณีนี้

หมายเหตุ:ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งรัฐ  สมาชิกสภาจังหวัด หรือสมาชิกสภาเทศบาล เรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่งไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่สองพันบาทถึงสี่หมื่นบาท หรือประหารชีวิต 

ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157  ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี หรือปรับตั้งแต่สองพันบาทถึงสองหมื่นบาท  หรือทั้งจำทั้งปรับ

อ่านประกอบ :

เบื้องหลังจ่าย 3 ล.! คำให้การ ซี 8 “นายให้นโยบายต้องจัดส่งค่าบริหารงาน 1%”

พบอีก 2 ขรก. โผล่โอนเงินเข้าบัญชี'เสี่ย ป.'ใกล้ชิดบิ๊ก รพช. 3 ล. 'ไม่รู้ค่าอะไร'

เปิดใบโอนเงิน 3 ล้าน คดีสินบน รพช.

คำให้การลึก! คดีซื้อขายเก้าอี้ รพช. คนเดียวจ่ายยิบให้ ‘บิ๊ก’ 8 ครั้ง 28 ล้าน

เปิดพฤติการณ์คดีสินบน 3 ล. ซี 9 รพช. เบิกเงินสดจากแบงก์ไปจ่ายถึงห้องทำงาน

ศาลสั่งจำคุก 6 ปี ซี 9 รพช.รับเงินสด 3 ล.ค่าซื้อเก้าอี้ ผอ.ศูนย์ขอนแก่น ไม่ให้ถูกย้าย