ขมวดปมโอนเงิน 8.9 ล.! ‘ซี 8’ โชว์สัญญากู้ยืม 6 ฉบับ -ดุลพินิจ ป.ป.ช.

เขียนวันที่
วันพฤหัสบดี ที่ 29 ธันวาคม 2559 เวลา 20:30 น.
เขียนโดย
isranews

ขมวดชัด ๆ ปมโอนเงิน 8.9 ล. คดีสินบน รพช. คำชี้แจง ‘ซี 8’ กู้ยืม-ร่วมธุรกิจซื้อขายที่ดิน โชว์สัญญา ุ6 ฉบับ  เทียบดุลพินิจของ ป.ป.ช.

 291259 chonbot

คดีการซื้อขายตำแหน่งในสำนักงานเร่งรัดพัฒนาชนบท (รพช.) ก่อนที่ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (คณะกรรมการ ป.ป.ช.) ชี้มูลความผิด นายทวี ทวีวงศ์ ผู้อำนวยการกองการเจ้าหน้าที่เพียงรายเดียว กระทั่ง ศาลอาญาพิพากษาจำคุก 6 ปี สำนักข่าวอิศรา www.isranews.org รายงานไปแล้วว่า มีข้าราชการปรากฎชื่อเป็นผู้โอนเงินเข้าบัญชี นายประวิทย์ อริยกานนท์ เจ้าของร้านขายเครื่องจักรกล (เจ้าตัวชี้แจงว่าไม่ใช่การซื้อขายตำแหน่ง) ประมาณ 20 คน (อ่านประกอบ: INFO : 20 รายชื่อ ขรก.คนใกล้ชิด โอนเงิน คดีซื้อ-ขายเก้าอี้ รพช.) หนึ่งในจำนวนดังกล่าว คือ นายปรีชาชาติ เจริญพิบูลย์ ผู้อำนวยการศูนย์ รพช.นครราชสีมา (เดิมอยู่ จ.หนองคาย อุดรธานี สกลนคร และขอนแก่น ระดับ 8) จำนวน 7,900,000 บาท จำแนกเป็น

ครั้งแรกวันที่ 15 พ.ค. 2540 จำนวน 4,500,000 บาท (มอบให้นายประภาส นาคประกอบ ลูกน้อง เป็นผู้โอน)

ครั้งที่สองวันที่ 16 ก.ย. 2540 จำนวน 2,400,000 บาท (มอบให้นายเดชา พลกล้า ลูกน้องเป็นผู้โอน)

ครั้งที่สามวันที่ 29 ต.ค. 2540 จำนวน 1,000,000 บาท  

และยังมีเช็คเงินสดจำนวน 1 ล้านบาท เมื่อวันที่ 19 มี.ค. 2539

(รวม 8.9 ล้านบาท)

คำชี้แจงของนายปรีชาชาติ สรุปได้ดังนี้

 คณะอนุกรรมการไต่สวนของ ป.ป.ช. ซึ่งมี นายณัฏฐ์ ศรีวิหค เรียกนายปรีชาชาติมาสอบปาก 2 ครั้ง ครั้งแรก 8 พ.ย. 2545 

กรณีเงินโอนวันที่ 15 พ.ค. 2540 จำนวน 4,500,000 บาท นายปรีชาชาติยอมรับว่า มอบให้นายประภาส นาคประกอบ ลูกน้องเป็นผู้โอน และครั้งที่สองวันที่ 16 ก.ย. 2540 จำนวน 2,400,000 บาท นายปรีชาชาติยอมรับว่า มอบให้นายเดชา พลกล้า ลูกน้องเป็นผู้โอนจริง แต่จำไม่ได้ว่าเป็นค่าอะไร ต้องกลับไปตรวจเอกสารก่อน แต่ 1.อาจเป็นการโอนเพื่อแลกเงินตราต่างประเทศเพื่อให้บุตรชายที่จะส่งไปศึกษาต่อที่สหรัฐฯ และ 2.อาจเป็นการชำระหนี้ 1,500,000 บาท เพื่อมาซื้อที่ดิน และมีเงินอีก 7-8 แสนบาท ที่นายปรีชาชาติได้ยืมจากนายประวิทย์ แต่ได้ใช้หนี้ไปหมดแล้ว

291259 chonbot1

ประเด็นความสัมพันธ์กับนายประวิทย์

นายปรีชาชาติให้การว่า รู้จักกับนายประวิทย์มาเกือบ 30 ปี เนื่องจาก นายประวิทย์เป็นพ่อค้าจำหน่ายอะไหล่เครื่องจักร ทำให้สนิทสนมกัน และร่วมลงทุนทำธุรกิจรับจำนองที่ดินร่วมกันเมื่อประมาณปี 2524 ซื้อที่ดินจาก นายสวัสดิ์ โต๊ะทอง ที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ เป็นเงิน จำนวน 4 แสนบาท โดยนายปรีชาชาติกับนายประวิทย์ออกเงินคนละ 2 แสนบาท ต่อมา ปี 2540-2541 นายปรีชาชาติ นายประวิทย์ และนายอุดม ชัฏพินิต ผู้รับเหมาใน จ.ขอนแก่น เจ้าของบริษัท อนุกูลกิจ จำกัด เข้าหุ้นกันคนละ 2 ล้านบาท รวมเป็นเงิน 6 ล้านบาท จะทำการซื้อที่ดินจาก นายรักษ์ สันติพลาภาพ จำนวน 2 แปลง ตั้งอยู่ใน อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม แต่ไม่สามารถตกลงกันได้จึงคืนเงินให้หุ้นส่วนตามสัดส่วนการลงทุน  

วันที่ 16 ธ.ค. 2545 นายปรีชาชาติส่งคำชี้แจงเพิ่มเพิ่มต่อ ป.ป.ช. สรุปได้ดังนี้

1.เงินโอน 4,500,000 บาท วันที่ 15 พ.ค. 2540 เป็นการกู้ยืม 4 รายการ

1.1 จำนวน 1 ล้านบาท กู้มาซื้อที่ดิน มีสัญญาวันที่ 3 มิ.ย. 2539

1.2 จำนวน  800,000 บาท กู้มาซื้อที่ดิน ทำสัญญากู้วันที่ 2 ส.ค. 2539

1.3 จำนวน 1,300,000 บาท กู้มาซ่อมแซมบ้าน สัญญากู้วันที่ 11 พ.ย. 2539

1.4 จำนวน 1,100,000 บาท กู้มาซื้อที่ดิน สัญญากู้วันที่ 21 เม.ย. 2540                         

ทั้ง 4 รายการได้ชำระหนี้หมดแล้ว เมื่อวันที่ 20 พ.ค. 2540  

291259 chonbot2

291259 chonbot3

291259 chonbot4

291259 chonbot5

2.กรณีเงินโอนจำนวน 2,400,000 บาท เมื่อวันที่ 16 ก.ย. 2540 เพื่อร่วมทุนในการซื้อที่ดินกับนาบประวิทย์ และนายอุดม ชัฏพินิต คนละ 2 ล้านบาท

“โดยกระผม และนายอุดม ได้โอนเงินมาให้นายประวิทย์ 2.4 ล้านบาท ต่อมา กระผมได้นำเงินสดมาให้นายประวิทย์ 1.6 ล้านบาท รวมกับทุนนายประวิทย์อีก 2 ล้านบาท รวมเป็นเงิน 6 ล้านบาท และได้มอบให้นายประวิทย์เป็นผู้ลงนามสัญญาจะซื้อจะขายที่ดิน 2 แปลงจากนายรักษ์ และนางธัญวลัย สัญติภราภพ เป็นเงิน 6 ล้านบาท และวางเงินมัดจำสัญญาไว้เป็นเงิน 2 แสนบาท ต่อมา นายรักษ์ และนางธัญวลัย ได้มาขอขึ้นราคาที่ดิน 2 แปลงนี้อีก 5 แสนบาท โดยอ้างว่า ที่ดินตามสัญญานี้ราคาต่ำมาก หุ้นส่วนไม่ยอมตกลงด้วย จึงเลิกสัญญาโดยนายรักษ์ และนางธัญวลัย ได้คืนเงินมัดจำสัญญาให้ 2 แสนบาท และยอมเสียค่าปรับให้อีก 5 หมื่นบาท ซึ่งนายประวิทยได้คืนเงินทุนให้ทั้งกระผม และนายอุดม และแบ่งผลประโยชน์ให้เท่า ๆ กัน” (ตามสัญญาร่วมทุนและสัญญาจะซื้อจะขายที่ดิน 2 แปลง)

3.เช็คเงินสดลงวันที่ 19 มี.ค. 2539 (จำนวน 1 ล้านบาท) นายปรีชาชาติชี้แจงว่า นายประวิทย์ได้ขอยืมเงิน เนื่องจาก นายประวิทย์ขาดเงินหมุนเวียนในระยะสั้น ๆ โดยมีหลักฐานสัญญากู้ยืม ลงวันที่ 18 เม.ย. 2539

4.กรณีเงินโอนวันที่ 29 ต.ค. 2540 จำนวน 1,000,000 บาท นั้น นายปรีชาชาติชี้แจงว่า ให้นายประวิทย์กู้ยืมระยะสั้น เนื่องจาก นายประวิทย์ขาดเงินหมุน โดยมีหลักฐานสัญญากู้ยืม ลงวันที่ 10 พ.ย. 2540

ท้ายหนังสือฉบับดังกล่าว นายปรีชาชาติชี้แจงเพิ่มเติมว่า ตามที่ให้การต่อคณะอนุกรรมการ ป.ป.ช. เมื่อวันที่ 8 พ.ย. 2545 เรื่องการแลกเปลี่ยนเงินสกุลดอลลาร์ จำนวน 2 ล้านบาท นั้น ได้ตรวจสอบแล้วปรากฎว่า นายปรีชาชาติได้ไปแลกเปลี่ยนเงินด้วยตนเอง มิได้เกี่ยวข้องกับเงินที่โอนให้นายประวิทย์ แต่อย่างใด

291259 chonbot7

291259 chonbot6

คำวินิจฉัยของ ป.ป.ช.

 คดีนี้มีผู้โอนเงินเข้าบัญชีนายประวิทย์หลายคน แต่คณะอนุกรรมการไต่สวนวินิจฉัยรวม ๆ กันไปดังนี้

จากการไต่สวนพยานบุคคลซึ่งเป็นหรือเคยรับราชการในสังกัดสำนักงาน รพช. รวมทั้งญาติของบุคคลดังกล่าว ที่ปรากฎมีรายการโอนเงินเข้าบัญชีดังกล่าว ต่างให้การปฏิเสธว่า เงินที่โอนเข้าบัญชีธนาคารของผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 (นายประวิทย์) ไม่ใช่เป็นการโอนเงินเพื่อส่งให้แก่ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 (นายทวี) เพื่อตอบแทนหรือให้ช่วยเหลือในการแต่งตั้งโยกย้ายหน้าที่ หรือเลื่อนระดับให้สูงขึ้น แต่อย่างใด

โดยบุคคลต่าง ๆ ในการสอดคล้องกับคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาของผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 (นายประวิทย์) ว่ารู้จักกับผู้ถูกกล่าวที่ 2 (นายประวิทย์) มาก่อน เนื่องจากผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 (นายประวิทย์) ทำการค้าขายอะไหล่เครื่องจักรกลกับสำนักงานเร่งรัดพัฒนาชนบทในจังหวัดต่าง ๆ เป็นประจำ เป็นบุคคลที่น่าเชื่อถือ และติดต่อรู้จักกันมานาน เงินที่โอนเข้าบัญชีของผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 เพื่อให้ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 (นายประวิทย์) ช่วยนำไปซื้อหรือแลกเปลี่ยนเป็นเงินตราสกุลต่างประเทศเพื่อส่งให้บุตรที่ศึกษาอยู่ต่างประเทศ ,เพื่อให้ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 นำไปชำระหนี้ค่าเงินดาวน์รถยนต์ ค่าซื้อเครื่องจักร (เก่า) และค่าซื้อรถยนต์บรรทุกที่ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 (นายประวิทย์) เป็นตัวแทนในการติดต่อกับผู้ขาย ,เพื่อชำระหนี้เงินกู้ให้ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 (นายประวิทย์) และบางครั้งก็ให้ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 กู้ยืมไปใช้หมุนเวียน ,เพื่อร่วมลงทุนกับผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 ซื้อที่ดินมาขายต่อ และบางรายก็ให้การว่า เป็นเงินของคนรู้จักที่จะเดินทางมากรุงเทพฯ แต่เพื่อความสะดวกและปลอดภัยจึงนำมาขอให้ช่วยโอนผ่านบัญชีธนาคารและจะไปรับที่กรุงเทพฯ

กรณีข้ออ้างการกู้ยืมเงินนั้น ป.ป.ช. วินิจฉัยว่า 

“และพยานบุคคลที่อ้างว่า โอนเงินเพื่อชำระหนี้เงินกู้ให้แก่ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 (นายประวิทย์) และให้ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 (นายประวิทย์) กู้ยืมเงิน นั้น ก็อ้างส่งสำเนาหลักฐานการกู้ยืมเงินประกอบคำให้การไว้ให้ตรวจสอบด้วย มิได้กล่าวอ้างลอย ๆ จึงมีน้ำหนักน่าเชื่อว่าเป็นความจริงตามคำให้การ”

สำหรับพยานบุคคลที่ให้การอ้างว่า โอนเงินให้ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 เพื่อร่วมทำธุรกิจซื้อขายที่ดิน รวมถึงอ้างว่า บุคคลรู้จักนำเงินมาฝากให้โอนผ่านธนาคารเพื่อความสะดวก และปลอดภัยในการเดินทางเข้ามากรุงเทพฯ นั้น แม้การอ้างว่า โอนเงินให้เพื่อร่วมทำธุรกิจซื้อขายที่ดินจะไม่มีพยานหลักฐานมายืนยัน และการอ้างว่า โอนเงินให้เพื่อความสะดวกและปลอดภัยในการเดินทาง นั้น จะมีความน่าสงสัยว่า เจ้าของเงินหรือผู้โอน นั้น น่าจะมีวิธีการอื่นที่มีความสะดวกและปลอดภัยไม่น้อยไปกว่าการโอนเงินผ่านบัญชีเงินฝากธนาคารของผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 (นายประวิทย์) ซึ่งมิใช่ญาติ และมิได้มีส่วนได้ส่วนเสียหรือเกี่ยวข้องกับเงินที่โอน นั้น แต่เนื่องจาก ระยะเวลาการโอนเข้าบัญชีธนาคารเกิดขึ้นในช่วงปี 2539-2540 นับถึงปัจจุบันเกินกว่า 10 ปีแล้ว การตรวจสอบพยานหลักฐานอื่นเพื่อทราบสาเหตุการโอนเงินว่าเป็นความจริงตามคำให้การของพยานหรือไม่ กระทำได้ยาก

และจากการไต่สวนไม่ปรากฎพยานหลักฐานว่า เงินที่ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของสำนักงานเร่งรัดพัฒนาชนบท โอนเข้าบัญชีธนาคารของผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 (นายประวิทย์) นั้น ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 (นายประวิทย์) ได้ส่งเงินหรือโอนเงินต่อไปให้ผู้กล่าวหาที่ 1 (นายทวี) แต่อย่างใด

พยานหลักฐานฟังไม่ได้ว่า ข้าราชการของสำนักงาน รพช. มีการส่งเงินให้แก่ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 (นายทวี) ผ่านบัญชีธนาคารของผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 (นายประวิทย์) เพื่อเป็นการตอบแทนในการช่วยเหลือให้ผู้จ่ายเงินโยกย้ายตำแหน่งหน้าที่และเลื่อนระดับให้ดำรงตำแหน่งที่สูงขึ้นตามที่มีการกล่าวหา

ฉะนั้นจึงเห็นว่า พยานหลักฐานยังฟังไม่ได้ว่า นายทวี ทวีวงศ์ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 กระทำการเรียกเงิน และรับเงินจากข้าราชการสำนักงานเร่งรัดพัฒนาชนบทรายอื่น ๆ เพื่อการโยกย้ายตำแหน่งและเลื่อนระดับ ข้อกล่าวหาประเด็นนี้ไม่มีมูล เห็นควรให้ข้อกล่าวหาตกไป (อ่านประกอบ พลิกสำนวน ป.ป.ช.!ไขปม ‘ไม่ฟัน’ ซี 9 กรณีโอนเงินผ่านแบงก์ 46 ล. ‘เอาผิดยาก’)

อ่านประกอบ :

INFO : 20 รายชื่อ ขรก.คนใกล้ชิด โอนเงิน คดีซื้อ-ขายเก้าอี้ รพช.

ใบโอนเงิน 12 ล. แบงก์กรุงไทย-กสิกรไทย คดีสินบน รพช.

คำวินิจฉัย ป.ป.ช.กรณีหิ้วเงินสด-เช็ค 6 ครั้ง 20 ล. คดีสินบน รพช.

ไขปมไฉน! ‘เฉลิม’ เรียกคุยขอหัวคิว 2% ฟังไม่ขึ้น คดีสินบน รพช.

พลิกสำนวน ป.ป.ช.!ไขปม ‘ไม่ฟัน’ ซี 9 กรณีโอนเงินผ่านแบงก์ 46 ล. ‘เอาผิดยาก’

เปิดหมด!รายชื่อ 20 ขรก.-เมีย โอนเงิน 46 ล.คดีซื้อเก้าอี้ รพช. ในสำนวน ป.ป.ช.

เปิดหลักฐานใหม่ ! ไม่พบชื่อ‘เมีย’ซี 9 ถือหุ้นรับเหมา ช่วง‘เปิดบัญชี-รับเช็ค 5 ใบ’

เช็ค 5 ใบโผล่ คดีซื้อขายเก้าอี้ รพช.! 3 ฉบับ 4.2 ล. โอนเข้าบัญชีลูกสาว ซี 9

โฉมหน้า 5 ใบโอนเงิน 6.5 ล.!อ้าง ส.ส. กาฬสินธุ์ เจ้าของตัวจริง คดีสินบน รพช.r

เปิดใบโอนเงิน‘ซี 9-เมีย’ 11.5 ล.เข้าบัญชี ‘ประวิทย์’คดีสินบน-อ้าง 6.5 ล.ของ ส.ส.

เปิดตัว-คำให้การ ‘เมีย’ ซี 9 โอน 8.5 ล.เข้าบัญชี ‘ประวิทย์’ คดีสินบน รพช.

‘เมีย’อดีต ขรก.ใหญ่ มีเงินสะพัดเข้าบัญชี 30 ล. โยงคดีสินบนซื้อเก้าอี้ รพช.

INFO : เส้นทางการโอนเงินคดีซื้อขายเก้าอี้ รพช.

สเตทเม้นท์บัญชี ‘ประวิทย์’ มีเงินโอนเข้าเกิน 3 แสน 132 ครั้ง จาก 16 จ. 19 สาขา

พบ ‘ประวิทย์’ จ่ายเช็ค 98 ฉบับให้ลูกชาย 4 คนเบิกเงินสด คดีสินบน รพช.

อดีต ส.ส.-บิ๊ก รพช. ใช้บัญชี ‘ประวิทย์’ โอนเงิน ‘ซื้อที่ดิน-ดาวน์รถ-เช่าพระเครื่อง’

เปิดบทสัมภาษณ์ 'ประวิทย์' เจ้าของบัญชีเงินฝากคดี รพช. "ผมไม่ได้รวยพันล้าน"

เปิดคำให้การ อดีต ผอ. รพช. รับเช็ค 2 ล. ‘ช่วยเมียลูกชายเพื่อนทำยอดเงินฝาก’

ขมวด 5 ขรก. โอนเงินเข้าบัญชี 'เจ้าของร้านเครื่องจักรกล' 27.4 ล. คดี รพช.

คำให้การ'เฉลิม-ชัยสิทธิ์'คดีซื้อขายเก้าอี้ รพช.-ปัดเปิด ร.ร.สั่งลูกน้องส่งหัวคิว 2%

ไทม์ไลน์ชัดๆ คดีเรียกรับ 3 ล. บิ๊ก รพช. 13 ปีในมือ ป.ป.ช.-ขาดอายุความ 1 ข้อหา

อดีตซี 9 ฟ้อง ผอ.รพช. อีกคดี!เรียกรับ 3 ล.- นักธุรกิจแจงแค่ยืมบัญชีโอนเงิน

เบื้องหลังจ่าย 3 ล.! คำให้การ ซี 8 “นายให้นโยบายต้องจัดส่งค่าบริหารงาน 1%”

พบอีก 2 ขรก. โผล่โอนเงินเข้าบัญชี'เสี่ย ป.'ใกล้ชิดบิ๊ก รพช. 3 ล. 'ไม่รู้ค่าอะไร'

เปิดใบโอนเงิน 3 ล้าน คดีสินบน รพช.

คำให้การลึก! คดีซื้อขายเก้าอี้ รพช. คนเดียวจ่ายยิบให้ ‘บิ๊ก’ 8 ครั้ง 28 ล้าน

เปิดพฤติการณ์คดีสินบน 3 ล. ซี 9 รพช. เบิกเงินสดจากแบงก์ไปจ่ายถึงห้องทำงาน

ศาลสั่งจำคุก 6 ปี ซี 9 รพช.รับเงินสด 3 ล.ค่าซื้อเก้าอี้ ผอ.ศูนย์ขอนแก่น ไม่ให้ถูกย้าย