อดีตซี 9 ฟ้อง ผอ.รพช. อีกคดี!เรียกรับ 3 ล.- นักธุรกิจแจงแค่ยืมบัญชีโอนเงิน

เขียนวันที่
วันเสาร์ ที่ 26 พฤศจิกายน 2559 เวลา 15:00 น.
เขียนโดย
isranews

อีกคดี! อดีตซี 9 ขอนแก่น ฟ้อง ผอ.กองการเจ้าหน้าที่ รพช. กล่าวหาเรียกรับเงินไม่ให้ถูกย้ายเข้าส่วนกลาง เหตุปี 39 อ้างหลักฐานใบโอนเงินแบงก์ 3 ล้าน ผ่านบัญชีเจ้าของร้านเครื่องจักรในกรุงเทพฯ ขณะที่ ‘ประวิทย์’ ยันแค่ยืมใช้บัญชีเท่านั้น ผู้ร้องมารับคืนไปแล้ว ถามกลับทำไมไม่เอาเรื่องคนอยู่เหนือกว่า

261159 roadchonbot 0

สำนักข่าวอิศรา www.isranews.org รายงานว่า เมื่อวันที่ 15 ก.ย. 2559 นายประสิทธิ์ วิไลลักษณ์ อดีตผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการเร่งรัดพัฒนาชนบทขอนแก่น (ระดับ 9) สำนักงานเร่งรัดพัฒนาชนบท (รพช.) กระทรวงมหาดไทย (ต่อมา เปลี่ยนเป็นกรมการเร่งรัดพัฒนาชนบทและถูกยุบเข้ากับหน่วยงานอื่น) ได้ยื่นฟ้อง นายทวี ทวีวงศ์ อดีตผู้อำนวยการกองการเจ้าหน้าที่ รพช. จำเลยที่ 1 นายประวิทย์ อริยกานนท์ ที่ 2 และนายวีรชาติ อริยกานนท์ ที่ 3 ในข้อหาหรือฐานความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการต่อ จ.ขอนแก่น ศาลได้นัดไต่สวนมูลฟ้องเมื่อวันที่ 14 พ.ย. 2559 ที่ผ่านมา  

ทั้งนี้ คำฟ้องนายประสิทธิ์ กล่าวหาว่า เมื่อวันที่ 1 ต.ค. 2539 ขณะเกิดเหตุ จำเลยที่ 1 ในฐานะผู้อำนวยการกองการเจ้าหน้าที่ และเลขานุการคณะกรรมการบริหารงานบุคคลได้อำนาจหน้าที่เรียกรับเงินจากโจทก์จำนวน 3 ล้านบาท เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนช่วยเหลือไม่ให้โจทก์ถูกโยกย้ายตำแหน่งมารักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการกอง ระดับ 8 ในส่วนกลาง โดยให้โจทก์เอาเงินสดผ่านธนาคารกสิกรไทย สาขาประชาสโมสร จ.ขอนแก่น ตามใบคำขอโอนเงินฉบับลงวันที่ 1 ต.ค. 2539 โอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากของจำเลยที่ 2 คือ บัญชีเงินฝากออมทรัพย์ธนาคารกสิกรไทย สาขาถนนมหาไชย ชื่อบัญชี นายกิมหงวน แซ่ลิ้ม (ประวิทย์ อริยกานนท์) แล้วจำเลยที่ 2 สั่งจ่ายเช็คเงินสดให้จำเลยที่ 3 ไปขึ้นเงินถอนเงินออกจากบัญชีจำเลยที่ 2 เพื่อไปมอบให้แก่จำเลยที่ 1 และเรียกรับเงินจากโจทก์อีกหลายครั้งที่โจทก์ยังไม่ได้ฟ้อง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คดีนี้เป็นคนละกรณีกับ 1.กรณีนายประสิทธิ์กล่าวหา นายทวี ทวีวงศ์ เรียกรับเงิน เพื่อช่วยไม่ต้องย้ายไปประจำในท้องที่จังหวัดอื่น จำนวน 3 ล้านบาท เหตุเกิดวันที่ 18 มี.ค. 2540 (กรณีเป็นเงินสด) และ 2.กรณีกล่าวหา นายทวี ทวีวงศ์ กระทำการเรียกและรับเงินจากผู้ร้อง เพื่อช่วยให้ผู้ร้องเลื่อนตำแหน่งจากตำแหน่งผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการเร่งรัดพัฒนาชนบทขอนแก่น ระดับ 8 เป็นระดับ 9 กระทำการเรียกและรับเงินจากข้าราชกรอื่น เพื่อการโยกย้ายและเลื่อนตำแหน่ง กระทำการกลั่นแกล้งโยกย้ายผู้ร้องออกจากตำแหน่งผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการเร่งรัดพัฒนาชนบทขอนแก่น และดำเนินการทางวินัยกับผู้ร้อง และกล่าวหา นายประวิทย์ อริยกานนท์ ว่า สนับสนุนช่วยเหลือ นายทวี ทวีวงศ์ เรียกและรับเงินจากผู้ร้องและข้าราชการอื่น

ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดทางอาญาและวินัยร้ายแรงกับนายทวี ในข้อกล่าวหาเรียกรับเงินเพื่อช่วยเหลือไม่ต้องย้าย จำนวน 3 ล้านบาท (กรณีที่ 1) ส่วน ข้อกล่าวหาที่สอง เรียกและรับเงินจากข้าราชการอื่นเพื่อการโยกย้ายและเลื่อนตำแหน่ง ป.ป.ช. เห็นว่า ไม่มีมูล ให้ข้อกล่าวหาตกไป

ในกรณีที่ 1 ศาลอาญามีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 29 ก.ย. 2558 ว่า นายทวีมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 จำคุก 6 ปี (อ่านประกอบ : ศาลสั่งจำคุก 6 ปี ซี 9 รพช.รับเงินสด 3 ล.ค่าซื้อเก้าอี้ ผอ.ศูนย์ขอนแก่น ไม่ให้ถูกย้าย)

อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวไม่สามารถติดต่อ นายทวี ทวีวงศ์ ให้ชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีถูกนายประสิทธิ์ฟ้องดำเนินคดีได้

ผู้สื่อข่าวรายว่า นายประวิทย์ อริยกานนท์ เป็นเจ้าของร้านเอี่ยมแสงยนต์ เลขที่ 162 ถนนบริพัตร แขวงบ้านบาตร เขตป้อมปราบฯ กรุงเทพมหานคร

เมื่อเวลา 12.21 น. วันที่ 26 พ.ย. 2559 สำนักข่าวอิศราได้ติดต่อไปยังหมายเลขโทรศัพท์ของร้าน 02-221-72XX ซึ่งเป็นเบอร์โทร.ร้านเอี่ยมแสงยนต์ เพื่อสอบถามนายประวิทย์ เจ้าตัวชี้แจงเบื้องต้นว่า ทราบข่าวกรณีนายประสิทธิ์ยื่นฟ้องต่อศาลจังหวัดขอนแก่นกล่าวหาร่วมกับนายทวีเรียกรับเงิน 3 ล้านบาทแล้ว กรณีนี้ขอเรียนเบื้องต้นว่า ไม่ใช่ข้อเท็จจริง ยอมรับว่ารู้จักกับนายทวี (นายประวิทย์เรียกพี่วี) และรู้จักกับนายประสิทธิ์ ในฐานะเป็นลูกค้าคนหนึ่งของร้านที่เปิดบริการขายเครื่องจักรกล ซึ่งเป็นธรรมดาที่รู้จักกับข้าราชการของ รพช. ทั่วไปหลายคน แต่ไม่ได้เป็นเพื่อนกับนายประสิทธิ์ เพราะตนจบการศึกษาชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 เป็นพ่อค้าจากนครปฐม ส่วน นายประสิทธิ์จบจากจุฬาฯ

กรณีที่นายประสิทธิ์อ้างว่า โอนเงินเข้าบัญชีนายประวิทย์ นั้น นายประวิทย์ชี้แจงว่า เป็นเพียงนายประสิทธิ์มาขอยืมบัญชีเพื่อโอนเงินเท่านั้น หลังจากโอนเงินเข้ามา เมื่อนายประสิทธิ์เดินทางเข้ามากรุงเทพฯ ก็มารับเงินสดไป เพื่อความปลอดภัยที่ไม่ต้องพกเงินสดในการเดินทาง และเมื่อรับไปแล้ว นายประสิทธิ์จะนำไปให้ใครต่อนั้น “ไม่ทราบ” และไม่เกี่ยวข้อง

“ด้วยสามัญสำนึก ลองคิดดู นายทวี เป็นเพียงผู้อำนวยการกองการเจ้าหน้าที่ ไม่มีอำนาจหน้าที่ไปโยกย้ายใครได้ คุณประสิทธิ์จะต้องไปฟ้องร้องกล่าวโทษกับคนที่อยู่เหนือกว่าคุณทวี ไม่ใช่มาฟ้องคุณทวี ต้องถามว่ากล้าไหมละ อยากให้ลองไปสืบข้อมูลเขาดูบ้าง เท่าที่ทราบปัจจุบันคุณทวีไม่ใช่คนมีฐานะอะไร” นายประวิทย์ กล่าวและว่า

ในคดีแรก นั้น เคยไปให้การต่อคณะอนุกรรมการ ป.ป.ช. ได้บอกไปหมดทุกอย่าง และ ป.ป.ช. ก็ยกคำร้อง ส่วนคดีนี้ได้ให้ทนายความไปฟังคำสั่งของศาล ไม่ได้เดินทางไปเอง

สำนักข่าวอิศราแจ้งนายประวิทย์ ว่า มีความประสงค์จะขอสัมภาษณ์นายทวี แต่ไม่สามารถติดต่อนายทวีได้ นายประวิทย์ กล่าวว่า จะแจ้งให้นายทวีทราบหากประสงค์จะชี้แจงข้อเท็จจริง

261159 roadchonbot 01

อ่านประกอบ :

เบื้องหลังจ่าย 3 ล.! คำให้การ ซี 8 “นายให้นโยบายต้องจัดส่งค่าบริหารงาน 1%”

พบอีก 2 ขรก. โผล่โอนเงินเข้าบัญชี'เสี่ย ป.'ใกล้ชิดบิ๊ก รพช. 3 ล. 'ไม่รู้ค่าอะไร'

เปิดใบโอนเงิน 3 ล้าน คดีสินบน รพช.

คำให้การลึก! คดีซื้อขายเก้าอี้ รพช. คนเดียวจ่ายยิบให้ ‘บิ๊ก’ 8 ครั้ง 28 ล้าน

เปิดพฤติการณ์คดีสินบน 3 ล. ซี 9 รพช. เบิกเงินสดจากแบงก์ไปจ่ายถึงห้องทำงาน

ศาลสั่งจำคุก 6 ปี ซี 9 รพช.รับเงินสด 3 ล.ค่าซื้อเก้าอี้ ผอ.ศูนย์ขอนแก่น ไม่ให้ถูกย้าย