คำวินิจฉัย ป.ป.ช.กรณีหิ้วเงินสด-เช็ค 6 ครั้ง 20 ล. คดีสินบน รพช.

เขียนวันที่
วันอาทิตย์ ที่ 25 ธันวาคม 2559 เวลา 20:30 น.
เขียนโดย
isranews

เปิดคำวินิจฉัย ป.ป.ช.กรณีข้อกล่าวหาหิ้วเงินสด-เช็ค 6 ครั้ง 20 ล. คดีสินบน รพช. ระบุ 5 ครั้ง 18 ล.มีหลักฐาน แต่เจ้าของบัญชีปัด ไม่ได้เบิกส่งต่อ อ้างเป็นของผู้กล่าวหาเอง โอนเข้าแล้วมารับไปหมด ไร้คนยืนยัน ยังรับฟังไม่ได้

pichbdd 

สำนักข่าวอิศรา www.isranews.org รายงานไปแล้วว่า คดีการซื้อขายตำแหน่งในสำนักงานเร่งรัดพัฒนาชนบท (รพช.) ก่อนที่คดีจะขึ้นสู่ศาลอาญานั้น ในชั้นสอบสวนของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (คณะกรรมการ ป.ป.ช.) ชี้มูลความผิดผู้กระทำความผิดคือ นายทวี ทวีวงศ์ ผู้อำนวยการกองการเจ้าหน้าที่ (ระดับ 9) เพียงรายเดียว และในกรณีเดียวคือ เรียกรับเงินสดจำนวน 3 ล้านบาทจากนายประสิทธิ์ วิไลลักษณ์ ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการ รพช.ขอนแก่น เบิกด้วยเช็คจากธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาวิสุทธิกษัตริย์ นำใส่กล่องกระดาษไปมอบให้ในห้องทำงานของนายทวี ณ สำนักงาน รพช. เมื่อวันที่ 18 มี.ค.2540 (ครั้งที่ 7) โดยมีพยานรู้เห็นคือ นายไพฑูรย์ ศรีอรรคจันทร์ นายไพรินทร์ ปิตะโพธิ์ นายสมควร ธรรมอนันต์ และ นายจั่ว หาญห้าว และต่อมาศาลอาญาพิพากษาจำคุกนายทวี 6 ปี

ขณะที่ กรณีข้อกล่าวหา ได้แก่ เรียกรับเงินจากนายประสิทธิ์ ผู้กล่าวหา อีก 6 ครั้ง และ ข้อกล่าวหาเรียกรับเงินจากข้าราชการ รพช.คนอื่น ที่มีการโอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารของนายประวิทย์ อริยกานนท์ เจ้าของร้านขายเครื่องจักรกล อีกกว่า 10 คนรวม 30- 40 ล้านบาท คณะกรรมการ ป.ป.ช.มีมติยกคำร้อง 

สำนักข่าวอิศรา นำรายงานผลการสอบสวนของ ป.ป.ช. ที่ยกคำร้องข้อกล่าวของนายประสิทธิ์กรณีอ้างว่า ได้โอนเงินให้นายทวีจำนวน 6 ครั้ง เรียบเรียงมาเสนอ

 

picnj01

ครั้งที่ 1 วันที่ 23 มี.ค. 2538 จำนวน 2,000,000 บาท จ่ายเงินสด โดยมอบให้ นายประดิษฐ์ วิไลลักษณ์ น้องชายไปมอบให้ที่ กรมการเร่งรัดพัฒนาชนบท

ครั้งที่ 2 วันที่ 25 ก.ย. 2538 จำนวน 2,000,000 บาท มอบให้ นายประดิษฐ์ วิไลลักษณ์ โอนเข้าบัญชีธนาคารกสิกรไทย สาขาถนนประชาสโมสร จ.ขอนแก่น ของ นายประวิทย์ อริยกานนท์

ครั้งที่ 3 วันที่ 17 พ.ย. 2538 จำนวน 1,000,000 บาท มอบให้ นายพิสิฐ กาญจนเตชะ หรือคำน้อย โอนจากธนาคารกสิกรไทย สาขาถนนหน้าเมือง จ.ขอนแก่น เข้าบัญชีธนาคารกสิกรไทยสาขาถนนมหาไชย ของนายประวิทย์

ครั้งที่ 4 วันที่ 25 มี.ค. 2539 จำนวน 7,000,000 บาท นายประสิทธิ์มอบ นายไพรินทร์ ปิตะโพธิ์ นำเช็คไปเบิกเงินที่ธนาคารกรุงไทย สาขาถนนมลิวัลย์ จ.ขอนแก่น แล้วซื้อแคชเชียร์เช็คสั่งจ่ายนักธุรกิจคนดังกล่าวที่ธนาคารกรุงไทย สาขาเยาวราช แล้วนักธุรกิจรายดังกล่าวนำไปเข้าบัญชีธนาคารกสิกรไทย สาขามหาไชย ของนายประวิทย์

ครั้งที่ 5 วันที่ 7 พ.ค. 2539 จำนวน 5,000,000 บาท นายประสิทธิ์มอบ นายไพรินทร์ ปิตะโพธิ์ นำเช็ค 2 ฉบับ ๆ 2,100,000 บาท และ 2,900,000 บาท ตามลำดับ ไปโอนที่ธนาคารกสิกรไทย สาขาถนนหน้าเมือง จ.ขอนแก่น เข้าบัญชี ธนาคารกสิกรไทย สาขาถนนมหาไชย ของนายประวิทย์

ครั้งที่ 6 วันที่ 1 ต.ค. 2539 จำนวน 3,000,000 บาท มอบให้ นายจั่ว หาญห้าว ลูกน้องไปโอนที่ธนาคารกสิกรไทย สาขาถนนประชาสโมสร จ.ขอนแก่น เข้าบัญชี ธนาคารกสิกรไทย สาขาถนมหาไชย ของนายประวิทย์

กรณีครั้งที่ 1

เห็นว่า การจ่ายเงินครั้งที่ 1 ซึ่งเป็นการนำเงินสดไปมอบให้ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 (นายทวี) โดยตรงนั้น จากการไต่สวนมีเพียงผู้กล่าวหาเจ้าของเงิน และพยานบุคคลซึ่งเป็นน้องชายของผู้กล่าวหา ที่อ้างว่าผู้กล่าวหาได้มอบเงินให้พยานบุคคล นำไปมอบให้ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 (นายทวี) และพยานบุคคล (น้องชายผู้กล่าวหา) เพียงลำพัง ได้นำเงินไปมอบให้แก่ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 (นายทวี) ที่ห้องทำงานของ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 (นายทวี) โดยไม่มีพยานอื่นใดอีกรู้เห็นการส่งมอบเงินให้แก่ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 (นายทวี) และ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 (นายทวี) ให้การปฎิเสธว่าไม่เคยรับเงินจำนวนดังกล่าวจากผู้กล่าวหาหรือจากพยานบุคคล (น้องชายผู้กล่าวหา)

เมื่อไม่ปรากฎข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานว่า ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 (นายทวี) ได้กระทำการอย่างใดตอบแทนให้ ลำพังเพียงคำให้การของพยานบุคคล ซึ่งมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดเป็นน้องชายของผู้กล่าวหา ย่อมจะต้องให้การเป็นประโยชน์แก่ผู้กล่าวหา จะให้เชื่อรับฟังว่า ผู้กล่าวหาจ่ายเงินจำนวน 2,000,000 บาท เมื่อวันที่ 23 มี.ค. 2538 ให้ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 (นายทวี) เพื่อให้ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 (นายทวี) ช่วยเหลือ ผู้กล่าวหาให้ดำรงตำแหน่งประจำที่ศูนย์ปฏิบัติการ รพช. ขอนแก่น ไม่ต้องย้ายไปประจำในท้องที่จังหวัดอื่นและผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 (นายทวี) ได้รับเงินจำนวนดังกล่าวไว้ยังไม่ได้

กรณีการจ่ายเงินครั้งที่ 2 ถึงครั้งที่ 6

กรณีการจ่ายเงินครั้งที่ 2 ถึงครั้งที่ 6 ที่เป็นการโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารของผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 (นายประวิทย์ อริยกานนท์) เพื่อมอบให้แก่ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 (นายทวี) ซึ่งปรากฎหลักฐานการโอนเงินเข้าบัญชีของ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 (นายประวิทย์) จริงนั้น

จากการไต่สวนบุคคล ผู้ได้รับมอบหมายให้ไปโอนเงินเข้าบัญชีของผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 (นายประวิทย์) ได้แก่ พยานบุคคล ต่างให้การว่า ไม่ทราบว่าเป็นค่าอะไร มีเพียงพยานบุคคล น้องชายผู้กล่าวหา (นายประสิทธิ์) ที่ให้การว่า ทราบจากผู้กล่าวหาว่า เงินที่นำไปโอนนั้น เนื่องจากถูก ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 (นายทวี) เรียกเงินอีก เท่านั้น ซึ่ง ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 (นายทวี) ได้ให้การปฏิเสธว่าไม่เคยเรียกและรับเงินจำนวนดังกล่าวจากผู้กล่าวหาแต่อย่างใด ส่วนผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 (นายประวิทย์) ให้การว่า เงินที่ผู้กล่าวหา (นายประสิทธิ์) โอนเข้าบัญชีของ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 (นายประวิทย์) นั้น มิใช่เป็นเงินที่จะต้องนำไปส่งต่อให้ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 (นายทวี) แต่เป็นการโอนเงินเพื่อความสะดวกของผู้กล่าวหา (นายประสิทธิ์) ในการเดินทางเข้ามากรุงเทพฯ และจะมารับเงินเป็นเงินสดไปในภายหลัง ซึ่งผู้กล่าวหาได้มารับเงินคืนไปทุกครั้ง

และจากการไต่สวน ไม่ปรากฎพยานหลักฐานให้รับฟังได้ว่า เงินที่ผู้กล่าวหา (นายประสิทธิ์) โอนเข้าบัญชีของ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 (นายประวิทย์) จำนวน 5 รายการดังกล่าว ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 (นายประวิทย์) ได้โอนไปหรือนำไปส่งมอบให้แก่ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 (นายทวี) ตามที่มีการกล่าวหา

สำหรับเงินจำนวน 2,000,0000 บาท ที่ปรากฎรายงานฝากเงินด้วยเช็คของผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 (นายประวิทย์) ผ่านเข้าบัญชีธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) สาขาสามยอด เลขที่บัญชี 128-2-02820-6 ของผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 (นายทวี) เมื่อวันที่ 12 ก.ย.2540 จำนวน 1,000,000 บาท และเมื่อวันที่ 2 ต.ค.2540 จำนวน 1,000,000 บาท นั้น

ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 (นายทวี) และที่ 2 (นายประวิทย์) ให้การชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาสอดคล้องกันว่า เงินทั้งสองจำนวนดังกล่าวเป็นเงินของผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 (นายทวี) ที่มอบให้แก่ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 (นายประวิทย์) นำเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารดังกล่าวของ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 (นายทวี) ตามคำขอของผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 (นายประวิทย์) ที่ขอให้ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 (นายทวี) ช่วยนำเงินเข้าฝากในบัญชีธนาคารดังกล่าว เพื่อทำยอดเป็นผลงานให้แก่นางศิริพร สมนิล พนักงานของธนาคารซึ่งรู้จักกับบุตรชายของ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 (นายประวิทย์) โดยผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 (นายทวี) ได้นำเงินสดมามอบให้แก่ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 (นายประวิทย์) และ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 (นายประวิทย์) ได้ออกเช็คสั่งจ่ายเงินจำนวนเท่ากัน มอบให้นางศิริพร สมนิล นำไปเข้าบัญชีธนาคารของผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 (นายทวี) ดังกล่าวอีกต่อหนึ่ง ซึ่งจากเอกสารคำขอเปิดบัญชีเงินฝากธนาคารดังกล่าว ปรากฎลายมือชื่อพนักงานธนาคารผู้รับเปิดบัญชีอ่านชื่อสกุลได้ว่า “สมนิล” น่าเชื่อว่า เป็นลายมือชื่อของ “นางศิริพร สมนิล” เป็นผู้รับเปิดบัญชีเงินฝากธนาคารดังกล่าวให้แก่ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 (นายทวี) เมื่อวันที่ 9 ก.ย.2540 และเมื่อพิจารณาระยะเวลาที่ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 (นายทวี) เปิดบัญชีดังกล่าว เมื่อวันที่ 9 ก.ย.2540 และช่วงเวลาที่มีการนำเช็คจำนวนเงินดังกล่าวเข้าฝากเมื่อวันที่ 12 ก.ย.2540 และวันที่ 3 ต.ค.2540 เป็นช่วงเวลาใกล้เคียงกัน จึงน่าเชื่อว่า เป็นการเปิดบัญชีและนำเงินเข้าฝากเพื่อทำยอดเป็นผลงานหาลูกค้าเพิ่มให้แก่พนักงานธนาคารตามคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาของผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 (นายทวี) และ ที่ 2 (นายประวิทย์)

ประกอบกับระยะเวลาการนำเช็คจำนวนเงินดังกล่าวเข้าฝากในบัญชีธนาคารของผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 (นายทวี) ห่างจากระยะเวลาที่ผู้กล่าวหา (นายประสิทธิ์) โอนเงินเข้าบัญชีของผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 (นายประวิทย์) ครั้งหลังสุดเมื่อวันที่ 1 ต.ค.2539 จำนวน 3,000,000 บาท ถึง 1 ปีกว่า จึงไม่น่าเชื่อว่าเงินทั้งสองจำนวนนั้นจะเป็นเงินของ ผู้กล่าวหา (นายประสิทธิ์) ที่อ้างว่าจ่ายให้แก่ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 (นายทวี) โดยโอนผ่านบัญชีธนาคารของผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 (นายประวิทย์) พยานหลักฐานยังฟังไม่ได้ว่า ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 (นายทวี) ได้รับเงินจากผู้กล่าวหา (นายประสิทธิ์) ผ่านทางบัญชีธนาคารของผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 (นายประวิทย์) ตามที่มีการกล่าวหา 

ฉะนั้น จึงเห็นว่า พยานหลักฐานฟังไม่ได้ว่า นายทวี ทวีวงศ์ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 ได้รับเงินของผู้กล่าวหา ที่ผู้กล่าวหาอ้างว่ามอบหมายให้บุคคลต่างๆ นำไปมอบให้ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 (นายทวี) หรือโอนผ่านเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารของ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 (นายประวิทย์)

picnnnn copy 

อ่านประกอบ:

ไขปมไฉน! ‘เฉลิม’ เรียกคุยขอหัวคิว 2% ฟังไม่ขึ้น คดีสินบน รพช.

เปิดหมด!รายชื่อ 20 ขรก.-เมีย โอนเงิน 46 ล.คดีซื้อเก้าอี้ รพช. ในสำนวน ป.ป.ช.

เปิดหลักฐานใหม่ ! ไม่พบชื่อเมียซี 9 ถือหุ้นรับเหมา ช่วงเปิดบัญชี-รับเช็ค 5 ใบ

เช็ค5 ใบโผล่ คดีซื้อrxขายเก้าอี้ รพช.! 3 ฉบับ 4.2 ล. โอนเข้าบัญชีลูกสาว ซี 9

โฉมหน้า 5 ใบโอนเงิน 6.5 ล.!อ้าง ส.ส. กาฬสินธุ์ เจ้าของตัวจริง คดีสินบน รพช.r

เปิดใบโอนเงินซี 9-เมีย11.5 ล.เข้าบัญชี ประวิทย์คดีสินบน-อ้าง 6.5 ล.ของ ส.ส.

เปิดตัว-คำให้การเมียซี 9 โอน 8.5 ล.เข้าบัญชี ประวิทย์คดีสินบน รพช.

เมียอดีต ขรก.ใหญ่ มีเงินสะพัดเข้าบัญชี 30 ล. โยงคดีสินบนซื้อเก้าอี้ รพช.

INFO : เส้นทางการโอนเงินคดีซื้อขายเก้าอี้ รพช.

สเตทเม้นท์บัญชีประวิทย์มีเงินโอนเข้าเกิน 3 แสน 132 ครั้ง จาก 16 จ. 19 สาขา

พบประวิทย์จ่ายเช็ค 98 ฉบับให้ลูกชาย 4 คนเบิกเงินสด คดีสินบน รพช.

อดีต ส.ส.-บิ๊ก รพช. ใช้บัญชีประวิทย์โอนเงิน ซื้อที่ดิน-ดาวน์รถ-เช่าพระเครื่อง

เปิดบทสัมภาษณ์ 'ประวิทย์' เจ้าของบัญชีเงินฝากคดี รพช. "ผมไม่ได้รวยพันล้าน"

เปิดคำให้การ อดีต ผอ. รพช. รับเช็ค 2 ล. ช่วยเมียลูกชายเพื่อนทำยอดเงินฝาก

ขมวด 5 ขรก. โอนเงินเข้าบัญชี 'เจ้าของร้านเครื่องจักรกล' 27.4 ล. คดี รพช.

คำให้การ'เฉลิม-ชัยสิทธิ์'คดีซื้อขายเก้าอี้ รพช.-ปัดเปิด ร.ร.สั่งลูกน้องส่งหัวคิว 2%

ไทม์ไลน์ชัดๆ คดีเรียกรับ 3 ล. บิ๊ก รพช. 13 ปีในมือ ป.ป.ช.-ขาดอายุความ 1 ข้อหา

อดีตซี 9 ฟ้อง ผอ.รพช. อีกคดี!เรียกรับ 3 ล.- นักธุรกิจแจงแค่ยืมบัญชีโอนเงิน

เบื้องหลังจ่าย 3 ล.! คำให้การ ซี 8 นายให้นโยบายต้องจัดส่งค่าบริหารงาน 1%”

พบอีก 2 ขรก. โผล่โอนเงินเข้าบัญชี'เสี่ย ป.'ใกล้ชิดบิ๊ก รพช. 3 ล. 'ไม่รู้ค่าอะไร'

เปิดใบโอนเงิน 3 ล้าน คดีสินบน รพช.

คำให้การลึก! คดีซื้อขายเก้าอี้ รพช. คนเดียวจ่ายยิบให้บิ๊ก8 ครั้ง 28 ล้าน

เปิดพฤติการณ์คดีสินบน 3 ล. ซี 9 รพช. เบิกเงินสดจากแบงก์ไปจ่ายถึงห้องทำงาน

ศาลสั่งจำคุก 6 ปี ซี 9 รพช.รับเงินสด 3 ล.ค่าซื้อเก้าอี้ ผอ.ศูนย์ขอนแก่น ไม่ให้ถูกย้าย