สถานการณ์ความไม่พอใจที่ชาวตุรกีบางส่วนมีต่อรัฐบาลไทย จากนโยบายการจัดการเกี่ยวกับมุสลิมอุยกูร์หลบหนีเข้าเมืองกว่า 200 คนนั้น ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อไทยตัดสินใจส่งมุสลิมกลุ่มนี้ที่เป็นผู้ชายไปยังประเทศจีน ทว่าความตึงเครียดมีมาก่อนหน้านี้นานแล้ว
สถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ร้อนระอุขึ้นมาอีกครั้ง โดยเฉพาะวันนี้ซึ่งเป็นวันแรกของห้วง 10 วันสุดท้ายเดือนรอมฎอนที่มักมีสถิติความรุนแรงพุ่งสูงเกือบทุกปี โดยล่าสุดในช่วงเช้ามีเหตุระเบิดไปแล้ว 2 จุด กำลังพลบาดเจ็บ 6 นาย และเหตุพ่นสีเขียนข้อความโจมตีกระบวนการเจรจาสันติสุข
สถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ช่วงปลายเดือนมิถุนายน ต่อเนื่องถึงต้นเดือนกรกฎาคม 2558 ซึ่งอยู่ในห้วงเดือนรอมฎอนตามปฏิทินอิสลาม ยังคงมีเหตุรุนแรงเกิดขึ้นในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง แม้จะไม่ค่อยเป็นข่าวทางสื่อกระแสหลักก็ตาม
เลขานุการคณะพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ เปิดแถลงข่าวยอมรับมีเจรจาลับกับกลุ่มผู้เห็นต่างจากรัฐ 6 กลุ่มจริง เตรียมลงสัตยาบันร่วมกันช่วงต้นปีหน้า ย้ำการทำงานเป็นความลับ ติงสื่อเสนอข่าวทำให้เกิดปัญหา
เจ้าหน้าที่ลุยดำเนินคดีบึ้มป่วนยะลา 3 วันซ้อนกว่า 40 จุด หลังรวบผู้ต้องสงสัยพร้อมนักศึกษาและอดีตนักศึกษาไปจำนวนหนึ่ง ล่าสุดเตรียมฟ้องคดีต่อศาล 5 คน แฉบางคนโยงปล้นรถคาร์บอมบ์สมุยอีกคดี
ศาลจังหวัดปัตตานีพิพากษายกฟ้องจำเลยในคดีครอบครองวัตถุระเบิดและอุปกรณ์ประกอบระเบิดแสวงเครื่อง 2 คดีที่เจ้าหน้าที่จับกุมได้เมื่อปี 2556 และ 2557 ขณะที่คดีบึ้มป่วนเมืองยะลาเมื่อเดือนที่แล้ว ประเดิมยื่นฟ้องนักศึกษา
ตามที่ นายอาศิส พิทักษ์คุมพล จุฬาราชมนตรี ประกาศให้พี่น้องชาวไทยมุสลิมทั่วประเทศดูดวงจันทร์หลังเวลาพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า ในวันพุธที่ 17 มิถุนายน 2558 เพื่อกำหนดวันที่ 1 ของเดือนรอมฎอน ประจำปีฮิจเราะห์ศักราช 1436 นั้น ปรากฏว่ามีผู้เห็นดวงจันทร์ ที่หอชมดวงจันทร์ บนบูเก๊ะปาเระ (ภูเขาปาเระ) อำเภอยะหา จังหวัดยะลา ในเวลา 18.45 น.
วันที่ 17 มิถุนายนนี้ เป็นวันดูดวงจันทร์เพื่อกำหนดวันที่ 1 ของเดือนรอมฎอน หรือเดือนแห่งการถือศีลอดของพี่น้องมุสลิม
สี่นักศึกษาไทยในปากีสถานที่ถูกจับกุมกรณีพยายามนำอาวุธปืนขึ้นเครื่องบินที่สนามบินลาฮอร์ เมืองหลวงของจังหวัดปัญจาบ ยังไม่สามารถเดินทางกลับบ้านเกิดได้ตามกำหนดเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา เพราะทางการปากีสถานยังไม่ยอมปล่อยตัว ขณะที่นักศึกษาอีกรายจากจังหวัดปัตตานี จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย