ลุ้น อสส.ฟันธง! ปมเจรจาไกล่เกลี่ย ‘เสี่ยเปี๋ยง’-หวั่นกระทบคดีอื่นชั้น ป.ป.ช. -ศาล
อัยการภาค 1 พิจารณาเสร็จแล้ว ลุ้น อสส.ฟันธง! ก.พาณิชย์ รับเงิน 175 ล้าน ‘เสี่ยเปี๋ยง’ ชดใช้คดียักยอกข้าวรัฐยุค ‘ทักษิณ’ ได้หรือไม่ เหตุเป็นผู้ถูกกล่าวหาหลายคดีในชั้น ป.ป.ช.-ศาลฎีกาฯ หลังสะพัดมี ‘บิ๊ก’ ใน รบ.ประยุทธ์ บีบ
จากกรณีสำนักข่าวอิศรา www.isranews.org ตรวจสอบพบว่า เมื่อกลางเดือน ส.ค. 2559 ที่ผ่านมา นายสรวิศ จันทร์สกุลพร บุตรชายนายอภิชาติ จันทร์สกุลพร หรือ เสี่ยเปี๋ยง อดีตพ่อค้าข้าวชื่อดัง จำเลยในคดีระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ในสมัยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ยื่นทูลเกล้าฯถวายฎีกา เพื่อขอพระมหากรุณาเป็นที่พึ่งให้กับบิดาของตนเอง กรณีถูกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 สั่งจำคุกนายอภิชาติ 6 ปี และชดใช้เงินประมาณ 229 ล้านบาท ในคดียักยอกข้าวของรัฐที่ต้องส่งขายอิหร่าน 2 หมื่นตัน มูลค่า 229 ล้านบาท สมัยรัฐบาลนายทักษิณ ชินวัตร ปัจจุบันอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา
ทั้งนี้ในเมื่อช่วงเดือน ก.พ. 2559 ที่ผ่านมา นายอภิชาติได้วางเงินต่อศาลเพื่อชำระหนี้ตามคำพิพากษา จำนวน 175 ล้านบาท ซึ่งนายสรวิศ ประสงค์ขอให้มีการเจรจาเพื่อระงับข้อพิพากษา โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างการพิจารณาของอัยการสูงสุด (อสส.) ที่สั่งให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงว่า สามารถปล่อยตัวนายอภิชาติในคดีนี้ได้หรือไม่ เนื่องจากมีนักการเมืองรายหนึ่ง ในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา สั่งให้ตรวจสอบเรื่องนี้อีกครั้ง
(อ่านประกอบ : ลูกเสี่ยเปี๋ยง ถวายฎีกาช่วยพ่อคดียักยอกข้าว -สะพัด'บิ๊ก' สั่งเคลียร์หลังชดใช้ 175 ล.)
ล่าสุด สำนักข่าวอิศรา www.isranews.org ตรวจสอบพบว่า เมื่อปลายเดือน ก.ย. 2559 ที่ผ่านมา สำนักงานอัยการภาค 1 ซึ่งได้รับคำสั่งจาก อสส. ให้พิจารณาเรื่องดังกล่าว ได้พิจารณาข้อเท็จจริงในคดีนี้เสร็จสิ้นแล้ว ระบุว่า คดีนี้จำเลย (นายอภิชาติ) ได้ยื่นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย ซึ่งศาลรับเป็นฎีกาเฉพาะปัญหาข้อกฎหมาย และมีคำสั่งให้แก้ฎีกาภายใน 15 วัน โดยพนักงานอัยการได้ยื่นคำแก้ฎีกาแล้ว ต่อมาจำเลยได้นำเงินไปวางศาลเพื่อชำระหนี้ตามคำพิพากษาให้แก่กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ และร้องขอไกล่เกลี่ยในชั้นฎีกา ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ได้ขอหารือ อสส. ในกรณีนี้ และคดีนี้ศาลแขวงสมุทรปราการยังไม่มีหมายนัดฟังคำพิพากษาแต่อย่างใด หากได้รับหมายนัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกาเมื่อใด จะรายงานให้ อสส. ทราบต่อไป
ทั้งนี้ตามหนังสือกรมการค้าต่างประเทศ ที่ส่งข้อหารือไปยัง อสส. ระบุข้อเท็จจริงว่า นอกเหนือจากคดีนี้แล้ว ปัจจุบันนายอภิชาติยังอยู่ระหว่างถูกดำเนินคดีในชั้น ป.ป.ช. หลายคดี รวมถึงเป็นจำเลยคดีข้าวจีทูจีที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง รวมถึงบริษัท เพรซิเดนท์ อะกริ เทรดดิ้ง จำกัด (มีนายอภิชาติเป็นเจ้าของ) ปัจจุบันล้มละลาย และบริษัท เพรซิเดนท์ฯ เป็นหนี้ในคดีแพ่งมากกว่าจำนวนเงินที่นายอภิชาตินำมาวางต่อศาลเพื่อไกล่เกลี่ยนในคดีอาญา (ศาลพิพากษาชดใช้เงิน 229 ล้านบาท นายอภิชาติวางเงินไกล่เกลี่ย 175 ล้านบาท) การพิจารณารับหรือไม่รับเงินจำนวนดังกล่าว จะทำให้คดีอาญาระงับไป ดังนั้นเพื่อความรอบคอบและเพื่อประโยชน์ต่อราชการ จึงขอหารือว่า จะสามารถรับเงินดังกล่าวได้หรือไม่ และมีแนวทางในการดำเนินการเรื่องนี้ประการใด
ผู้สื่อข่าวสำนักข่าวอิศรา www.isranews.org โทรศัพท์ติดต่อไปยัง เรือโทสมนึก เสียงก้อง โฆษกสำนักงาน อสส. เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าว แต่ไม่สามารถติดต่อได้
สำหรับคดีการยักยอกข้าวกระทรวงพาณิชย์ ที่ต้องส่งไปขายอิหร่าน 2 หมื่นตัน มูลค่า 229 ล้านบาทดังกล่าว เมื่อวันที่ 24 มิ.ย. 2559 ที่ผ่านมา ศาลแขวงสมุทรปราการ มีคำพิพากษาในคดีที่สำนักงานอัยการสูงสุดเป็นโจทก์ฟ้อง บริษัทเพรสซิเด้นท์อะกริ จำกัด กับ นายอภิชาติ เป็นจำเลยฐานยักยอกข้าวกระทรวงพาณิชย์ ที่ต้องส่งไปขายอิหร่าน 2 หมื่นตัน มูลค่า 200 ล้านบาท
มีข้อเท็จจริงฟังว่า จำเลยทั้งสอง รับข้าวจากกระทรวงพาณิชย์ไว้ในครอบครองเพื่อเอาไปปรับปรุงข้าว แล้วมีเจตนาทุจริตเบียดบังทรัพย์เป็นของตนหรือผู้อื่นโดยทุจริต เพราะช่วงเวลาดังกล่าวจำเลยได้ขายข้าวจำนวน 2 หมื่นตัน ไปให้ประเทศอื่นในนามของบริษัท จึงเป็นการผิดสัญญากับรัฐ จึงเป็นความผิดยักยอกทรัพย์ รวม 2 สำนวน ลงโทษจำคุกสำนวนละ 3 ปี ปรับบริษัทสำนวนละ 6 พันบาท รวมจำคุก 6 ปี ปรับรวม 12,000 บาท
จากนั้น ศาลอุทธรณ์ภาค1 มีคำพิพากษายืนให้ลงโทษจำคุกนายอภิชาติ สำนวนละ 3 ปี ปรับสำนวนละ 6,000 บาท รวมจำคุกสองสำนวนเป็นเวลา 6 ปี ไม่รอลงอาญา และปรับ 12,000 บาท และให้จำเลยทั้งสองร่วมคืนข้าวสารที่ยักยอกไปในสำนวน อ.833-834/2558 จำนวน 16,400 ตัน หรือใช้เป็นเงินแทนจำนวน 175,480,000 บาท ให้กับกรมการค้าต่างประเทศกระทรวงพาณิชย์ ผู้เสียหาย และให้ร่วมกันคืนข้าวสารในสำนวน อ.835-836/2558 จำนวน 4,742.96 ตัน หรือใช้เงินแทน 54,385,902.07 บาท (รวมวงเงิน 229,865,902.07 บาท)
ภายหลังจากที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำคุก นายอภิชาติ จำเลย ได้ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวต่อศาลชั้นต้น แต่เนื่องจากคดีนี้นายอภิชาติยังไม่ได้ยื่นฎีกาต่อสู้คดี และคดีนี้เป็นคดีที่ต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริง การที่จะยื่นฎีกานั้นจะต้องมีการรับรองฎีกาทำให้ขณะที่นายอภิชาติยังไม่ได้รับการประกันตัว ทำให้ถูกส่งตัวเข้าคุมขังอยู่ที่เรือนจำกลางสมุทรปราการ และปรากฎข่าวมาตลอดว่า นายอภิชาติ มีอาการป่วย จนถูกนำตัวส่งเข้ารักษาในโรงพยาบาลรัฐหลายครั้ง
สำหรับคดียักยอกข้าว ที่นายอภิชาติ ถูกตัดสินจำคุก 6 ปี นั้น นับตั้งแต่ถูกส่งตัวเข้ามาคุมขังอยู่ที่ เรือนจำกลางสมุทรปราการ ในช่วงปลายปี 2558 ปัจจุบันถือว่านายอภิชาติ รับโทษคุมขังไปแล้ว 6 เดือน ยังเหลือโทษที่ต้องรับต่ออีก 5 ปี กับ 6 เดือน
อ่านประกอบ :
อย่าโยนบาปให้ ขรก.! ‘วรงค์’ให้การคดีข้าวจีทูจีเก๊-พบพิรุธใหม่ในสัญญาขาย
ให้เอกชนจำเลยคดีข้าวชดใช้2หมื่นล.!ศาลฯรับคำร้องอสส.-'เสี่ยเปี๋ยง'อยู่รพ.ตร.จริง
ป.ป.ช.เชือดล็อตแรกคดีข้าวจีทูจี"บุญทรง-ภูมิ"ไม่รอด-ฟ้องแพ่ง 6 แสนล้าน
ป.ป.ช.ฟันลอตสอง!15 เอกชนพันคดีข้าวจีทูจี-บ.เจียเม้งตัวละครข้าวถุงโดนด้วย
เบื้องหลัง 'อิศรา' ตะลุย ‘รพ.ตำรวจ’ ค้นหาความจริง ‘เสี่ยเปี๋ยง’ ล้มป่วยจริงหรือ?
เรือนจำปากน้ำอุบเงียบส่งตัว 'เสี่ยเปี๋ยง' นอนรพ.ตร.-ญาติวางเงิน229ล. เจรจาคดียักยอกข้าว
ชีวิตในเรือนจำปากน้ำแดน 3 'เสี่ยเปี๋ยง' หลังเจอคุก 6 ปี ยักยอกข้าวรัฐ
อยู่แดน 3! จนท.เรือนจำปากน้ำ ยันศาลสั่งจำคุก 'เสี่ยเปี๋ยง' คดีข้าวยุค'เพรสซิเดนท์''