เปิดผลสอบ สตง.ซัดธุรกิจลักลอบขุดดิน! จ่อทำลายสิ่งแวดล้อมพินาศยับ
"..การประกอบอาชีพดังกล่าวมีผลกระทบต่อสังคม ชุมชนและสิ่งแวดล้อมโดยตรง สิ่งหนึ่งที่เป็นปัญหาในการทำกิจการขุดดินหรือทำบ่อดินลูกรัง คือกิจการประเภทนี้บางแห่งยังไม่ดำเนินการตามระบบหรือขั้นตอนตามที่กฎหมายกำหนด คือการขออนุญาตหรือการอนุญาต.."

หมายเหตุ "สำนักข่าวอิศรา www.isranews.org" : เป็นรายละเอียดรายงานผลการตรวจสอบเชิงป้องปราบ ของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เกี่ยวกับเรื่อง การบริหารจัดการการทำบ่อดินลูกรังในเขตพื้นที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ฉบับเต็ม! ซึ่งมีการระบุถึงข้อมูลลงพื้นที่ตรวจสอบในจังหวัดสงขลา พร้อมแนวทางแก้ไข และข้อเสนอแนะ ต่อผู้บริหารระดับสูงในพื้นที่
----------------
การดำเนินกิจการขุดดินหรือทำบ่อดินลูกรัง ปัจจุบันเป็นอาชีพหรือการประกอบธุรกิจ ซึ่งได้ขยายตัวเข้าไปตามท้องถิ่นชานเมืองอย่างรวดเร็วตามการขยายตัวของสังคม ชุมชนและประชากร
การประกอบอาชีพดังกล่าวมีผลกระทบต่อสังคม ชุมชนและสิ่งแวดล้อมโดยตรง สิ่งหนึ่งที่เป็นปัญหาในการทำกิจการขุดดินหรือทำบ่อดินลูกรัง คือกิจการประเภทนี้บางแห่งยังไม่ดำเนินการตามระบบหรือขั้นตอนตามที่กฎหมายกำหนด คือการขออนุญาตหรือการอนุญาต
กล่าวคือผู้ประกอบกิจการไม่ได้แจ้งการขุดดินต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่น และกระทบต่อรายได้ค่าธรรมเนียมที่ควรได้ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งมีประเด็นข้อตรวจพบ ดังนี้
@ ข้อตรวจพบ การทำกิจการขุดดินหรือบ่อดินลูกรังบางแห่ง ปฏิบัติไม่เป็นไปตามกฎหมาย
1. ด้านเอกสารเกี่ยวกับการรับแจ้งการขุดดิน
จากการตรวจสอบเอกสารเกี่ยวกับการรับแจ้งการขุดดิน โดยใช้ข้อมูลในปี พ.ศ. 2552 ถึงปี พ.ศ. 2556 ในพื้นที่จังหวัดสงขลา จำนวน 3 หน่วย ดังนี้
1. เทศบาลตำบลน้าน้อย อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เอกสารเกี่ยวกับการรับแจ้งการขุดดิน ในปี พ.ศ. 2552 ถึงปี พ.ศ. 2556 พบว่าไม่มีเอกสารให้ตรวจสอบเนื่องจากไม่มีการรับแจ้งการขุดดินจากผู้ประกอบการ
2. องค์การบริหารส่วนตำบลพังลา อ.สะเดา จ.สงขลา เอกสารเกี่ยวกับการรับแจ้งการ ขุดดิน ปี พ.ศ. 2552 มีการรับแจ้งการขุดดิน จำนวน 1 ราย ปี พ.ศ. 2553 ถึงปี พ.ศ. 2555 ไม่มีการรับแจ้งการขุดดิน ปี พ.ศ. 2556 มีการรับแจ้งการขุดดิน จำนวน 1 ราย
3. องค์การบริหารส่วนตำบลเขาพระ อ.รัตภูมิ จ.สงขลา เอกสารเกี่ยวกับการรับแจ้งการ ขุดดิน ปี พ.ศ. 2552 ไม่มีการรับแจ้งการขุดดิน ปี พ.ศ. 2553 มีการรับแจ้งการขุดดิน จำนวน 1 ราย ปี พ.ศ. 2554 ถึงปี พ.ศ. 2556 ไม่มีการรับแจ้งการขุดดิน
2. การสังเกตการณ์สถานที่ขุดดิน
2.1 เทศบาลตำบลน้ำน้อย อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา สังเกตการณ์สถานที่ขุดดิน จำนวน 4 จุด
จุดที่ 1 จากการสังเกตการณ์ เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2556 พื้นที่บ่อดินตั้งอยู่ หมู่ที่ 8 ต.น้ำน้อย อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ขณะสังเกตการณ์เห็นว่ามีการดำเนินการขุดดิน ลักษณะพื้นที่ขุดดิน มีความลาดชันสูง ไม่สามารถระบุแนวเขตระวางที่ดินที่ชัดเจนได้ เอกสารการรับแจ้งการขุดดินไม่มี ให้ตรวจสอบ
จุดที่ 2 จากการสังเกตการณ์ เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2556 พื้นที่บ่อดินตั้งอยู่หมู่ที่ 8 ต.น้ำน้อย อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ขณะสังเกตการณ์เห็นว่ามีการดำเนินการขุดดิน ลักษณะพื้นที่ขุดดินมีความลาดชันสูง ไม่สามารถระบุแนวเขตระวางที่ดินที่ชัดเจนได้ เอกสารการรับแจ้งการขุดดินไม่มี ให้ตรวจสอบ
จุดที่ 3 จากการสังเกตการณ์ เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2556 พื้นที่บ่อดินตั้งอยู่หมู่ที่ 7 ต.น้ำน้อย อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ขณะสังเกตการณ์เห็นว่ามีการดำเนินการขุดดิน ลักษณะพื้นที่ขุดดิน มีความลาดชันสูง ไม่สามารถระบุแนวเขตระวางที่ดินที่ชัดเจนได้ เอกสารการรับแจ้งการขุดดินไม่มี ให้ตรวจสอบ
จุดที่ 4 จากการสังเกตการณ์ เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2556 พื้นที่บ่อดินตั้งอยู่หมู่ที่ 7 ต.น้ำน้อย อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ขณะสังเกตการณ์เห็นว่ามีการดำเนินการขุดดิน ลักษณะพื้นที่ขุดดิน มีความลาดชันสูง ไม่สามารถระบุแนวเขตระวางที่ดินที่ชัดเจนได้ เอกสารการรับแจ้งการขุดดินไม่มีให้ตรวจสอบ
2.2 องค์การบริหารส่วนตาบลพังลา อ.สะเดา จ.สงขลา สังเกตการณ์สถานที่ขุดดินจำนวน 2 จุด
จุดที่ 1 จากการสังเกตการณ์ เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2556 ขณะสังเกตการณ์เห็นว่าหยุดดำเนินการ ลักษณะพื้นที่ขุดดินมีความลาดชันสูง ไม่สามารถระบุแนวเขตระวางที่ดินที่ชัดเจนได้ เอกสารการรับแจ้งการขุดดินมีให้ตรวจสอบ
จุดที่ 2 จากการสังเกตการณ์ เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2556 ขณะสังเกตการณ์ มีการดำเนินการขุดดิน ลักษณะพื้นที่ขุดดินมีความลาดชันสูง ไม่สามารถระบุแนวเขตระวางที่ดินที่ชัดเจนได้ เอกสารการรับแจ้งการขุดดินมีให้ตรวจสอบ
2.3 องค์การบริหารส่วนตาบลเขาพระ อ.รัตภูมิ จ.สงขลา สังเกตการณ์สถานที่ขุดดิน จำนวน 2 จุด
จุดที่ 1 จากการสังเกตการณ์ เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2556 ขณะสังเกตการณ์ ไม่ปรากฏว่ามีการดำเนินการ จุดที่สังเกตการณ์ วัดค่าพิกัดโดยใช้เครื่อง GPS ได้ค่าพิกัด N 07’ 04.171 E 100’ 10.098 ทอดไปทางทิศใต้ หลังหอถังประปา หมู่ 4 บ้านสีสอน เอกสารการรับแจ้งการขุดดิน มีให้ตรวจสอบ
จุดที่ 2 จากการสังเกตการณ์ เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2556 พื้นที่บ่อดินตั้งอยู่ หมู่ที่ 3 ต.เขาพระ อ.รัตภูมิ จ.สงขลา ขณะสังเกตการณ์ มีการดำเนินการขุดดิน ลักษณะพื้นที่ขุดดินมีความลาดชันสูง จุดที่สังเกตการณ์ วัดค่าพิกัดโดยใช้เครื่อง GPS ได้ค่าพิกัด N 07’ 04.854 E 100’ 11.190 เอกสารการรับแจ้งการขุดดินไม่มีให้ตรวจสอบ
จากข้อตรวจพบข้างต้นเห็นได้ว่า ในเขตพื้นที่เทศบาลตำบลน้ำน้อย ผู้ประกอบการจำนวน 4 ราย และในเขตพื้นที่องค์การบริหารส่วนตำบลเขาพระ ผู้ประกอบการ จำนวน 1 ราย มีการดำเนินการขุดดินโดยที่ยังไม่ได้แจ้งการขุดดินต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามแบบที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นกำหนด ซึ่งผู้ประกอบการจะดำเนินการขุดดินก่อนโดยไม่ได้แจ้งการขุดดินดังกล่าวไม่ได้ เป็นการไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติการขุดดินและถมดิน พ.ศ. 2543 มาตรา 17
การดำเนินกิจการขุดดินหรือทาบ่อดินลูกรัง จะต้องพิจารณาจากกฎหมายผังเมืองตามพระราชบัญญัติการขุดดินและถมดิน พ.ศ. 2543 มาตรา 3 (6) เขตผังเมืองรวมตามกฎหมายว่าด้วยการผังเมือง ด้วย ว่ามีกฎหมายบัญญัติห้ามทำกิจกรรมอย่างใดอย่างหนึ่งไว้หรือไม่ หากมีการดำเนินการใดที่ก่อให้เกิดความเสียหายหรือเป็นปัญหาอุปสรรคต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หรือต่อการจัดระเบียบแผนผังเมือง หากมีการปล่อยให้ประกอบธุรกิจดังกล่าวโดยไม่ถูกต้องผลกระทบก็จะติดตามมาในภายหลังได้
จากการตรวจสอบกฎหมายผังเมืองซึ่งเกี่ยวข้องกับการดำเนินกิจการขุดดินหรือทำบ่อดินลูกรัง ในเขตพื้นที่จังหวัดสงขลา จำนวน 3 หน่วย พบว่า
1. เทศบาลตำบลน้ำน้อย (ท้องที่ตาบลน้ำน้อย) อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ปรากฏอยู่ในผังเมืองรวมเมืองหาดใหญ่ จ.สงขลา ประกาศบังคับใช้เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2543 และหมดอายุในวันที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2548 โดยก่อนที่กฎกระทรวงผังเมืองรวมจะหมดอายุการบังคับใช้ได้มีการสารวจสภาพการณ์และสิ่งแวดล้อมในการใช้ผังเมืองรวมปรากฏว่าผังเมืองรวมเมืองหาดใหญ่ จ.สงขลา สภาพการณ์และสิ่งแวดล้อมไม่มีการเปลี่ยนแปลงในสาระสาคัญจึงได้ขยายระยะเวลาการใช้บังคับกฎกระทรวงไปอีก 5 ปี และหมดอายุบังคับใช้ วันที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2553 และเมื่อผังเมืองรวมหมดอายุการใช้บังคับได้ขยายระยะเวลาการใช้บังคับผังเมืองรวมอีก 2 ครั้ง ครั้งละ 1 ปี และหมดอายุลงในวันที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2555 ปัจจุบันนี้ยังไม่มีผังเมืองบังคับใช้
2. องค์การบริหารส่วนตำบลพังลา (ท้องที่ตำบลพังลา) อ.สะเดา จ. สงขลา ปรากฏอยู่ในผังเมืองรวมเมืองพะตง-พังลา จ.สงขลา เป็นผังเมืองรวมเปิดพื้นที่ใหม่ ปัจจุบันประกาศบังคับใช้แล้วเมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2556 และจะหมดอายุลงในวันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2561
3. องค์การบริหารส่วนตาบลเขาพระ (ท้องที่ตำบลเขาพระ) อ. รัตภูมิ จ.สงขลา ปัจจุบันยังไม่มีผังเมืองบังคับใช้
ผลกระทบ
1. ด้านการเสื่อมโทรมของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงลักษณะภูมิประเทศ ที่เป็นเนินเขาหรือเนินลาดจากภูเขาจะกลายเป็นพื้นที่ที่มีลักษณะเป็นบ่อที่มี ความลึก ส่วนในสภาพภูมิประเทศที่เป็นพื้นที่เนินราบก็จะทำให้พื้นที่ดังกล่าวกลายสภาพเป็นหลุม เป็นบ่อ สภาพพื้นที่หลังเสร็จสิ้นการประกอบการแล้วส่วนใหญ่ถูกปล่อยเป็นพื้นที่รกร้างโดยไม่มีการฟื้นฟู สร้างความเสียหายแก่ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างมาก
2. ด้านการใช้ประโยชน์ที่ดิน หากการประกอบกิจการขุดดินหรือทำบ่อดินลูกรังทำอย่างผิดวิธี หรือมีวิธีการขุดตักที่ไม่เหมาะสมอาจก่อให้เกิดการพังทลายของดินหรือการยุบตัวของดินบริเวณที่ดินข้างเคียงกับบ่อดินลูกรัง และภายหลังที่เสร็จสิ้นการประกอบการแล้วจะทำให้สภาพพื้นที่เป็นแอ่ง หรือเป็นบ่อขนาดใหญ่ ไม่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ที่ดินทางเกษตรกรรมได้
3. ด้านความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ซึ่งการชะล้างพังทลายของดิน จะเกิดความเสี่ยงกับพื้นที่และประชาชนอย่างมากมายในช่วงฤดูฝนที่จะประสบภัยพิบัติน้ำป่า ไหลหลาก ดินภูเขา ดินโคลนถล่มได้
4. ด้านการคมนาคมขนส่ง ได้แก่ การชำรุดเสียหายของถนนจากการขนส่งดินลูกรัง เนื่องจากมีรถบรรทุกวิ่งเข้าออกในพื้นที่ที่มีการประกอบการขุดดินลูกรังเพิ่มขึ้น นอกจากนี้การบรรทุกดินโดย ไม่มีผ้าใบหรือสิ่งปกคลุมทำให้ดินร่วงหล่นตามเส้นทางที่ขนส่ง ทำให้ถนนลื่นอาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุและความปลอดภัยของประชาชนที่ใช้ถนนสัญจรไปมา
5. ด้านสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ การขุดตักและขนส่งดินลูกรังส่งผลกระทบด้านสุขภาพ ได้แก่ ฝุ่นละอองที่เกิดขึ้นอาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจ ผลกระทบด้านเสียงดังและแรงสั่นสะเทือนของรถบรรทุกขนส่ง สร้างความเดือนร้อนต่อการพักผ่อนของประชาชนในพื้นที่
6. ด้านรายได้ ทำให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดสงขลา ขาดรายได้จากค่าธรรมเนียมใบอนุญาต กรณีที่ผู้ประกอบกิจการขุดดินหรือทำบ่อดินลูกรังไม่ได้มาแจ้ง
7. ด้านการควบคุม กรณีที่ผู้ประกอบกิจการขุดดินหรือทำบ่อดินลูกรัง ไม่ได้มาแจ้งต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่น ทำให้ไม่สามารถควบคุมการขุดดินให้ถูกต้องและเป็นไปตามพระราชบัญญัติการขุดดินและถมดิน พ.ศ. 2543
ข้อเสนอแนะต่อผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
1. ให้ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในฐานะเจ้าพนักงานท้องถิ่น ตามพระราชบัญญัติการขุดดินและถมดิน พ.ศ. 2543 ทำการสำรวจตรวจสอบว่าในพื้นที่รับผิดชอบของหน่วยงานท่านมีผู้ประกอบการขุดดินหรือทำบ่อดินลูกรังจำนวนกี่ราย ได้มาแจ้งการขุดดินหรือทำบ่อดินลูกรังกี่ราย ไม่ได้มาแจ้งการขุดดินหรือทำบ่อดินลูกรังกี่ราย เพื่อจะได้นำมาเป็นข้อมูลในการจัดทาทะเบียนและควบคุมผู้ประกอบกิจการขุดดินหรือทำบ่อดินลูกรังให้ปฏิบัติเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด
2. ให้ติดต่อและทำความเข้าใจกับผู้ประกอบการขุดดินหรือทำบ่อดินลูกรังที่ยังไม่ได้แจ้งการขุดดินให้มาแจ้งการขุดดินให้ถูกต้อง และดำเนินการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติการขุดดินและถมดิน พ.ศ. 2543
3. กรณีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีพื้นที่อยู่ในเขตผังเมืองรวม แต่ผังเมืองรวมดังกล่าวหมดอายุบังคับใช้เนื่องจากได้ขยายเวลาบังคับใช้ครบตามที่พระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. 2518 กำหนดไว้ และอยู่ระหว่างการจัดทำผังเมืองรวมฉบับใหม่ เร่งรัดการดำเนินการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2542 มาตรา 16 (25) โดยเร็วที่สุด
4. ควรพิจารณาติดต่อประสานงานกับสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดสงขลา เกี่ยวกับรายชื่อผู้ประกอบการขุดดินหรือทำบ่อดินลูกรัง ที่ได้ยื่นขออนุญาตประกอบกิจการโรงงาน เพื่อจะได้นำมาประกอบการออกใบรับแจ้งการขุดดิน
ข้อเสนอแนะต่ออุตสาหกรรมจังหวัดสงขลา
1. ประสานงานกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อให้ได้รายชื่อผู้ประกอบการขุดดินตามท้องที่ที่สังเกตการณ์ตามรายงานนี้ แล้วดำเนินการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 ต่อไป
2. ประสานงานกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้แจ้งข้อมูลการขุดดินและถมดินในพื้นที่ที่มีลักษณะเข้าข่ายประกอบกิจการโรงงานประเภท 3 เพื่อนำข้อมูลมาพิจารณาดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ที่กฎหมายกำหนดต่อไป
ข้อเสนอแนะต่อผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา
1. จังหวัดสงขลา มีผังเมืองรวมเมืองหลายผังหมดอายุการบังคับใช้ ทำให้เกิดช่องว่างในการดำเนินการด้านผังเมืองของหลายฝ่ายที่เกี่ยวข้องและเพื่อเป็นการป้องกันผลกระทบในหลายด้านต่อชุมชนและสภาพแวดล้อมในบริเวณที่มีการดำเนินการขุดดินหรือในพื้นที่เขตชุมชนบริเวณที่อยู่อาศัยของประชาชน จึงเห็นควรให้ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ในฐานะผู้กำกับดูแล กำชับผู้เกี่ยวข้องเร่งรัดการดำเนินการด้านผังเมืองขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2542 มาตรา 16 (25) โดยเร็วที่สุด เฉพาะในเขตพื้นที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่หมดอายุการบังคับใช้
2. กำหนดมาตรการเพื่อกำกับดูแลให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้งจังหวัด สอดส่องดูแลให้ผู้ประกอบการขุดดินในพื้นที่ดำเนินการให้เป็นไปตามระเบียบกฎหมายที่เกี่ยวข้อง รวมถึงสำรวจ ตรวจสอบ จัดทำข้อมูลพื้นที่ที่มีการขุดดินและถมดิน เพื่อควบคุมการขุดดินให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด
3. กำกับดูแลให้สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดสงขลา ควบคุมการดำเนินการด้านการประกอบกิจการขุดดินให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535
----------
ทั้งหมดนี่คือ รายงานผลการตรวจสอบของ สตง. ที่กำลังขยายผลไปสู่การตรวจสอบข้อมูลในพื้นที่อื่นทั่วประเทศ ซึ่งได้รับข้อมูลยืนยันในเบื้องต้น ว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นไม่แตกต่างอะไรกันมากนัก
