ปชป.จี้รัฐระงับประมูลงานจัดการน้ำ3.5แสนล.
ประชาธิปัตย์เรียกร้องนายกฯ ระงับการประมูลโครงการบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท เหตุมีการจ่ายเงินที่ไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ในการออกพ.ร.ก.
นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต ส.ส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า ขอ เรียกร้องให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ระงับการประมูลการประมูลโครงการบริหารจัดการน้ำมูลค่า 3.5 แสนล้านบาท ที่จะมีการประมูลราคาทีโออาร์ในวันที่ 3 พ.ค.นี้ เนื่องจากเห็นว่าจะมีการใช้จ่ายเงินที่ไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ในการออกพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน 3.5 แสนล้านบาท เพื่อบริหารจัดการน้ำ โดยมีข้อสังเกต 4 ประการ คือ 1. โครงการดังกล่าวมิใช่เรื่องเร่งด่วนในการป้องกันปัญหาน้ำท่วมตามที่รัฐบาลกล่าวอ้าง
2 .การออก พ.ร.ก.เงินกู้แต่ทิ้งเวลาเกือบปีครึ่งกว่าจะดำเนินการ แสดงว่าพยายามหลีกเลี่ยงการตรวจสอบของภาคประชาชนและรัฐสภา เอื้อประโยชน์ให้บริษัทที่เข้ามาประมูลงาน 3 .ชัดเจนว่าการประมูลงานนี้จะเป็นการจัดการแบบพิเศษ รวมศูนย์ แบบที่ไม่เคยปรากฎมาก่อน ทำให้หลายชาติถอนตัวออกจากการประมูลโครงการ ล่าสุดคือบริษัทจากญี่ปุ่นก็ถอนตัวจากการยื่นซองประมูลเสนอราคาแข่งขัน
และ 4 .ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับ กบอ. เช่น นายอุเทน ชาติภิญโญ อดีตประธานคณะกรรมการผันน้ำลงทะเล ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ได้ยื่นฟ้องคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย หรือ กบอ.ต่อศาลปกครอง ขอให้ระงับการประมูลโครงการดังกล่าวด้วยเช่นเดียวกัน เนื่องจากเห็นว่าโครงการของกบอ.ขัดต่อรัฐธรรมนูญละเมิดสิทธิชุมชน ไม่มีความเป็นไปได้ในทางปฏิบัติหรือทางเศรษฐกิจ แต่เร่งรัดดำเนินการทีโออาร์ให้ง่ายต่อการทุจริต และล่าสุดนายรอยล จิตดอนผู้อำนวยการสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร องค์การมหาชน ก็ลาออกจากคณะกรรมการ กบอ.ด้วย
นายชวนนท์ กล่าวว่า รัฐบาลต้องชี้แจงสิ่งเหล่านี้ โดยน.ส.ยิ่งลักษณ์ จะทำเหมือนไม่รู้เรื่อง ไม่รับผิดชอบต่อสิ่งทีเกิดขึ้นไม่ได้ เพราะคนที่มีความรู้ความสามารถสละเรือทิ้งหมดในช่วงที่กำลังจะมีการใช้จ่ายเงิน ทำให้เกิดความสงสัยว่ากำลังจะมีการแบ่งเค๊กที่ประชาชนไม่ได้ประโยชน์หรือไม่ อีกทั้งขณะนี้ประเทศไทยมีพื้นที่ประกาศภัยแล้งถึง 45 จังหวัดแต่รัฐบาลไม่มีแนวทางใด ๆ ในการแก้ไข
นอกจากการเร่งทีโออาร์เพื่อให้ง่ายต่อการทุจริตคอร์รัปชั่น สอดรับกับกรณีที่มีการเปิดเผยในวงสัมนาของ ป.ป.ช.ว่า ในขณะนี้มีการหักค่าหัวคิวโครงการก่อสร้างถึง 50 % และที่แย่ไปกว่านั้นคือมีการโป่งราคาเพิ่มอีก 100 % และยังโกงอีก 50 % เท่ากับงานภายใต้รัฐบาลยิ่งลักษณ์จะมีการทุจริตสองเท่าคือโป่งราคาและยังกินหัวคิวด้วย ซึ่งหากคำนวณจากยอดเงินทั้งหมดในโครงการบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท จะพบว่าได้เนื้องานจริงจาก 3.5 แสนล้านิงแค่ 1 แสนล้านบาทเท่านั้น คือ 25 % จากงบประมาณทั้งหมด นอกจากนั้นเป็นการทุจริตแบ่งเค๊กระหว่างนักการเมืองและผู้รับเมาก่อสร้าง หากน.ส.ยิ่งลักษณ์ เอาจริงเอาจังในเรื่องนี้ต้องหยุดการประมูลเพื่อตรวจสอบให้เกิดความชัดเจนในเรื่องเหล่านี้เสียก่อน
ขอบคุณข่าวจาก

