TEXT_SIZE
เกาะประเด็น

Print Recommend

เกาะประเด็น

  • กทค.คุยค่ายมือถือก่อนเปิดตัว3จีเดือนนี้

    วันศุกร์ที่ 03 พฤษภาคม 2013 เวลา 21:21 น. เขียนโดย isranews

    กทค.ทำความเข้าใจผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่หลังเปิดให้บริการคลื่น 3จี ย้ำกำหนดค่าบริการลดลง คุณภาพสัญญาณดีขึ้นเห็นได้ชัด

  • นายกฯ มอบหมายให้ทนายความแจ้งความเอาผิด "ชัย ราชวัตร" โพสต์ข้อความหมิ่นประมาท

    วันศุกร์ที่ 03 พฤษภาคม 2013 เวลา 17:34 น. เขียนโดย isranews

    ทนายความรับมอบอำนาจจาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เข้าพบพนักงานสอบสวน สน.ดุสิต เพื่อแจ้งความดำเนินคดี "ชัย ราชวัตร" โพสต์ข้อความกล่าวหานายกรัฐมนตรีด้วยข้อความที่ไม่เหมาะสมผ่านทางเฟซบุ๊ก ส่วนตัว โดยได้รวบรวมหลักฐานจากเว็บไซต์ต่างๆ มาแจ้งดำเนินคดีใน 3 ข้อหาคือ ดูหมิ่นเจ้าพนักงานขณะปฏิบัติหน้าที่ หมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา และความผิดเกี่ยวกับพระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์

    mcot

  • ศาลอังกฤษตัดสินจำคุก"เจมส์ แมคคอร์มิค" ฐานหลอกขายจีที200

    วันศุกร์ที่ 03 พฤษภาคม 2013 เวลา 10:40 น. เขียนโดย isranews

    ศาลอังกฤษตัดสินจำคุกนายเจมส์ แมคคอร์มิค เป็นเวลา 10 ปี ในฐานที่หลอกขายอุปกรณ์ตรวจจับวัตถุระเบิด หรือจีที200 ให้รัฐบาลอิรักและหลายประเทศทั่วโลก โดยประเมินว่านายแมคคอร์มิคได้เงินจากการหลอกขายอุปกรณ์ประมาณ 2,280 ล้านบาท

    ผู้พิพากษาริชาร์ด โฮน แห่งศาลโอล ไบลี่ ในกรุงลอนดอนของอังกฤษ ตัดสินคุกนายเจมส์ แมคคอร์มิค นักธุรกิจวัย 57 ปี เป็นเวลา 10 ปี ในข้อหาหลอกขายอุปกรณ์ที่ไม่สามารถใช้งานได้จริง และสร้างผลกำไรมหาศาลให้ตัวเอง โดยไม่คำนึงถึงผลกระทบที่ตามมา ซึ่งทำให้มีประชาชนผู้บริสุทธิ์เสียชีวิตและบาดเจ็บ นอกจากนี้นายแมคคอร์มิคไม่มีทีท่าว่าละอายหรือสำนึกผิดกับสิ่งที่ได้ทำลงไป

    มีการประเมินว่านายแมคคอร์มิคสร้างผลกำไรจากการหลอกขายอุปกรณ์ตรวจหาวัตถุระเบิดสูงถึง 76 ล้านเหรียญสหรัฐฯหรือประมาณ 2,280 ล้านบาท โดยผลกำไรมากกว่าครึ่งหนึ่งมาจากการขายอุปกรณ์ให้อิรัก 6,000 เครื่อง นอกจากนี้ขายให้อีกหลายประเทศ ได้แก่ อียิปต์,เคนย่า,ฮ่องกง,สาธารณรัฐจอร์เจีย,ไนเจอร์,เบลเยี่ยม,กองกำลังรักษาสันติภาพของยูเอ็นและประเทศไทย

    และมีรายงานเทคโนโลยีที่ใช้ในอุปกรณ์ตรวจหาวัตถุระเบิดจริงๆ แต่เป็นเทคโนโลยีที่ใช้กับเครื่องตรวจหาลูกกอล์ฟ ซึ่งนายแมคคอร์มิคซื้อเทคโนโลยีมาจากสหรัฐฯในช่วงปี 2548-2549 โดยอ้างว่าอุปกรณ์สามารถตรวจหาได้ทั้งวัตถุระเบิด สารเสพติด งาช้าง รวมถึงตรวจร่างกายมนุษย์ได้ด้วย แต่เนื่องจากอุปกรณ์ของนายแมคคอร์มิคไม่สามารถใช้งานได้จริง อัยการในคดี จึงระบุว่าความไร้ประสิทธิภาพของอุปกรณ์ตรวจหาวัตถุระเบิดทำให้เกิดการสูญเสียชีวิตของทหารและพลเรือน แต่ทนายความของนายแมคคอร์มิคแก้ต่างว่า ที่ผ่านมาไม่เคยมีลูกค้ารายใด ร้องเรียนว่าอุปกรณ์ตรวจหาวัตถุระเบิดเคยทำให้มีผู้เสียชีวิต หลังจากนี้ศาลมีคำพิพากษา และจะมีการตรวจสอบ รวมถึงยึดทรัพย์สินของนายแมคคอร์มิค

    thaipbs

  • แกรมมี่ทิ้งมติชนเกลี้ยงพอร์ต

    วันศุกร์ที่ 03 พฤษภาคม 2013 เวลา 10:39 น. เขียนโดย เสกสรร โรจนเมธากุล

    แกรมมี่ขายทิ้งหุ้นมติชนกว่า 22% ให้กลุ่มจึงรุ่งเรืองกิจ นำเงินลงทุนทีวีดิจิทัล-จีเอ็มเอ็ม แซท

    นายไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม ประธานกรรมการ บริษัทจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ได้ขายหุ้นในบมจ.มติชน ออกทั้งหมด จำนวน 42.39 ล้านหุ้น ราคาเฉลี่ยที่ 11.09 บาท/หุ้น รวมมูลค่า 469.94 ล้านบาท ซึ่งเป็นราคาขายเท่าทุนกับที่ซื้อมาในปี 2548 ทั้งนี้ เพื่อนำเงินที่ได้ไปลงทุนในธุรกิจหลักของแกรมมี่ในกลุ่มกิจการบรอดแคสต์ โดยเฉพาะธุรกิจจีเอ็มเอ็ม แซท ที่ประกอบไปด้วยธุรกิจแพลตฟอร์มกล่องรับสัญญาณดาวเทียม และเพย์ทีวี รวมทั้งการประมูล"ทีวีดิจิทัล" ที่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กำหนดประมูลในเดือน ส.ค.-ก.ย.นี้

    "การลงทุนในหุ้นหนังสือพิมพ์ที่ผ่านมา เพราะเป็นหุ้นที่มีเสน่ห์ รู้อยู่แล้วว่าหากตัดสินใจขายเมื่อใด จะมีคนซื้อแน่นอน แต่ปัจจุบันการลงทุนในสื่อทีวี โดยเฉพาะทีวีดิจิทัล นับเป็นโอกาสทางธุรกิจที่จะสร้างผลตอบแทนสูงกว่าสื่อสิ่งพิมพ์ และเชื่อว่าเป็นการปรับฐานเงินลงทุนที่ผู้ถือหุ้นน่าจะพอใจ"

    สำหรับแผนลงทุนของแกรมมี่ หลังจากนี้ คือธุรกิจแพลตฟอร์มจีเอ็มเอ็ม แซทและการซื้อคอนเทนท์เพื่อขยายธุรกิจเพย์ทีวี รวมปีละประมาณ 2,000 ล้านบาท และการลงทุนใหญ่จะอยู่ที่ทีวีดิจิทัลในการร่วมประมูล 3 ช่องใช้งบราว 5,000 ล้านบาท โดยมีสถาบันการเงินและธนาคารหลายแห่งให้ความสนใจปล่อยกู้กับแกรมมี่ตามแผนลงทุนที่มุ่งสู่ธุรกิจบรอดแคสต์ยุคดิจิทัล

    bangkokbiznews

     

  • “กิตติรัตน์” ระบุอำนาจปลดผู้ว่าฯ อยู่ที่บอร์ด ธปท.

    วันพฤหัสบดีที่ 02 พฤษภาคม 2013 เวลา 16:13 น. เขียนโดย isranews

    ทำเนียบฯ 2 พ.ค.- นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงการหารือการแก้ปัญหาค่าเงินบาทที่ผ่านมากับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) กระทรวงการคลัง กระทรวงพาณิชย์ และสำนักงบประมาณ มาหลายครั้งว่า  จนถึงขณะนี้่ยังไม่ได้ข้อสรุปแนวทางที่ชัดเจนในการแก้ปัญหาเงินบาทแข็งค่าต่อเนื่อง รวมทั้งการหารือ 3 หน่วยงาน เมื่อวันที่ 26 เมษายนที่ผ่านมา ที่มีความเห็นตรงกันว่า ควรลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายหรือหามาตรการอื่น ๆ เข้ามาช่วยเหลือผู้ประกอบการส่งออก
     
    ขณะที่ในส่วนของ นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการ ธปท. ได้รับข้อเสนอและมีการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) นัดพิเศษเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา แต่ผลสรุปที่ได้ไม่เป็นไปตามทิศทางที่ได้หารือร่วมกันก่อนหน้านี้ ทั้งนี้ เมื่อดูจากผลการแถลงข่าวของ กนง. มีสิ่งที่ตรงกันอยู่ 1 อย่าง คือ แบงก์ชาติจะมีการประสานการทำงานในการดูแลอัตราแลกเปลี่ยนอย่างใกล้ชิดกับกระทรวงการคลังถือเป็นเรื่องที่ดี แต่ยอมรับว่า ที่ผ่านมา ธปท. ไม่ได้มีการประสานกับกระทรวงการคลังอย่างใกล้ชิดตามที่ให้ข่าว เช่น การเสนอแนะให้ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพื่อใช้เป็นกลไกหนึ่งในการลดการแข็งค่าของเงินบาท ซึ่งกระทรวงการคลังเสนอไปตั้งแต่เงินบาทเคลื่อนไหวที่ระดับ 31 บาทต่อดอลลาร์ จนขณะนี้แข็งค่ามาอยู่ที่ระดับ 29 บาทต่อดอลลาร์ จนกระทบผู้ประกอบการมากขึ้น
     
    นายกิตติรัตน์ กล่าวยอมรับว่า เป็นห่วงว่าหากยังไม่มีมาตรการอะไรออกมาเกรงว่าในอนาคตหากเงินบาทแข็งค่าขึ้นอีกอาจกระทบกลไกระบบเศรษฐกิจได้ และที่ผ่านมาได้ใช้อำนาจหน้าที่ในการดูแลเสถียรภาพทางการเงินในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เริ่มการสอบถามมาตรการดูแลค่าเงินบาทตั้งแต่ระดับผู้บริหารของธนาคารแห่งประเทศไทย จนกระทั่งส่งหนังสือถึง นายวีรพงษ์ รามางกูร ประธานกรรมการธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อสอบถาม ได้รับคำตอบว่า ไม่มีอำนาจในการตัดสินใจ ต้องให้สอบถามกับผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยเอง จึงมองว่า เป็นการโยนกันไปโยนกันมา ยิ่งทำให้เป็นห่วงว่าในอนาคตเมื่อเกิดปัญหาที่รุนแรงขึ้นจะไม่เกิดความเสียหายต่อประเทศมากกว่านี้หรือ และมองว่ากลไกการลดอัตราดอกเบี้ย เป็นปัจจัยหนึ่งที่ช่วยได้ ในทางตรงกันข้าม ธปท.กลับมองว่า การลดอัตราดอกเบี้ยจะไม่ช่วยให้เงินบาทอ่อนค่าลงและเป็นผลเสียต่อระบบการเงิน
     
    นายกิตติรัตน์  ย้ำว่าในการประชุมคณะรัฐมนตรีแต่ละครั้ง ธปท. ไม่ได้มีการรายงานสถานการณ์ค่าบาทและมาตรการดูแลเลย และในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังจำเป็นต้องทำหนังสือสอบถามผู้ว่าการ ธปท. เสนอเป็นวาระลับเกี่ยวกับมาตรการดูแลค่าเงิน ซึ่ง ผู้ว่าการ ธปท.ได้ตอบกลับว่า ค่าเงินบาทที่แข็งค่ายังไม่กระทบผู้ประกอบการและระบบเศรษฐกิจมากนัก แม้ว่าเงินบาทจะแข็งค่าไปแตะระดับ 27 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ เศรษฐกิจยังเติบโตได้ร้อยละ 4  และการลดอัตราดอกเบี้ยไม่ช่วยให้การไหลเข้าของเงินตราต่างประเทศในตลาดพันธบัตรลดลง หลังจากได้คำตอบจาก ผู้ว่าการ ธปท. จึงได้มีการรายงานต่อนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีเป็นวาระลับเมื่อวันที่ 30 เมษายนที่ผ่านมา
     
    ส่วนกรณีมีกระแสข่าวมีการกดดันและต้องการปลด นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการ ธปท. เนื่องจาก ไม่สามารถแก้ปัญหาค่าเงินบาทแข็งค่าต่อเนื่องได้ และไม่ใช้มาตรการลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวย้ำว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ไม่มีอำนาจในการสั่งปลด ผู้ว่าการ ธปท. แต่อำนาจอยู่ที่มติเสียงข้างมากของคณะกรรมการธนาคารแห่งประเทศไทย (บอร์ด ธปท.)

    mcot

  • “58 ส.ว."ออกแถลงการณ์ถล่ม “ปู”ใส่ร้ายประเทศ จี้ขอโทษ ปชช.

    วันพฤหัสบดีที่ 02 พฤษภาคม 2013 เวลา 13:20 น. เขียนโดย isranews

    วันนี้(2 พ.ค.)เมื่อเวลา 11.15 น.ที่รัฐสภา กลุ่มส.ว.จำนวน 58 คนในนาม “ส.ว.ผู้รักชาติ” ได้ร่วมกันออกแถลงการณ์เรียกร้องให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวขอโทษกับประชาชนจากกรณีปาฐกถาพิเศษ ที่ประเทศมองโกเลีย เมื่อวันที่ 29 เม.ย.พร้อมกับจะเชิญมาชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการ (กมธ.)สามัญประจำวุฒิสภา จำนวน 4 ชุด ได้แก่ 1.กมธ. ต่างประเทศ  2.กมธ.ศาสนา คุณธรรม จริยธรรม ศิลปะและวัฒนธรรม3. กมธ.สิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพและการคุ้มครองผู้บริโภค 4.กมธ.การศึกษา ตรวจสอบเรื่องการทุจริตและเสริมสร้างธรรมาภิบาล วุฒิสภา


    นางนรีวรรณ จินตกานนท์ สว.สรรหา อ่านแถลงการณ์ดังกล่าวมีเนื้อโดยสรุป6 ข้อว่า1.นายกรัฐมนตรีพูดในทางที่สร้างความเข้าใจผิดให้เกิดขึ้นในต่างประเทศและก่อให้เกิดความแตกแยกในสังคมไทย นอกจากนี้ยังแฝงไปด้วยนัยสำคัญทางการเมืองที่สอดประสานกับสถานการณ์ในประเทศที่กำลังมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และการต่อต้านการใช้อำนาจของศาลรัฐธรรมนูญและการเตรียมออกกฎหมายนิรโทษกรรมให้กับพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี  2.นายกรัฐมนตรีกล่าวหาว่าพี่ชายตัวเองถูกรังแกเป็นการพูดความจริงไม่ครบถ้วน เพราะสาเหตุของการรัฐประหารปี 2549 มาจากการใช้อำนาจโดยมิชอบ มีผลประโยชน์ทับซ้อน การละเมิดจริยธรรมคุณธรรมของผู้นำประเทศ การแทรกแซงระบบการตรวจสอบทางการเมืองตามรัฐธรรมนูญ 2540 จนก่อให้เกิดการต่อต้านของประขาชนอย่างกว้างขวาง

    3.ในเมื่อนายกรัฐมนตรี ระบุว่ารัฐประหาร 2549 และการเข่นฆ่าประชาชนเมื่อพ.ค. 2553 มีสาเหตุเดียวกัน มีผู้บงการเป็นกลุ่มเดียวกัน และยังชี้ชัดว่าคนบริสุทธิ์ลอบยิงด้วยสไนป์เปอร์นั่นเท่ากับว่า นายกรัฐมนตรีกล่าวหา ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งประกอบด้วยหลายหน่วยงาน ทั้งรัฐบาลในอดีต กองทัพ ตำรวจ กรมสอบสวนคดีพิเศษ และ ส่วนราชการ จึงขอข้อเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีดำเนินการตามกฎหมาย  4.การกล่าวพาดพิงองค์กรอิสระของนายกรัฐมนตรีเป็นการสอดประสานกับการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดง เป็นการทำหน้าที่สุ่มเสี่ยงต่อการขัดรัฐธรรมนูญ หลักประชาธิปไตย และหลักนิติธรรม เพราะมีแต่การสร้างความชอบธรรมให้กับตัวเองด้านเดียว เนื่องจากพ.ต.ท.ทักษิณ และพรรคเพื่อไทย ได้รับผลกระทบจากคำตัดสินขององค์กรอิสระแต่นายกฯกลับไม่พูดถึงที่มาของความผิด


      5.นายกรัฐมนตรีไม่เข้าใจหลักของประชาธิปไตยอย่างถ่องแท้ โดยเห็นว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญในครั้งนี้แก่นแท้เป็นไปเพื่อรวบอำนาจไว้กับนักการเมืองเท่านั้น ขณะที่ประชาชนแทบจะไม่ได้ประโยชน์  6.นายกรัฐมนตรีมีความสับสนและขัดแย้งในตัวเอง ด้วยการเชิญชวนนักลงทุนและนักท่องเที่ยวประเทศ ขณะเดียวกันก็ประกาศให้โลกรู้ว่าประเทศไทยไม่มีความปลอดภัยทำให้ประให้ประเทศชาติเสียหาย


    ด้านพล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม สว.สรรหา กล่าวว่า  ในขั้นตอนนี้จะยังไม่เชิญนายกรัฐมนตรีมาชี้แจงด้วยการใช้อำนาจ พ.ร.บ.คำสั่งเรียกของคณะกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา พ.ศ. 2554  โดยจะทำเป็นจดหมายเชิญไปก่อน แต่หากเชิญไปแล้วยังไม่ได้รับการตอบรับก็เตรียมพิจารณาต่อไปว่าจะดำเนินการอย่างไร แต่จะดำเนินการอย่างเร่งด่วน เพราะเรื่องดังกล่าวอยู่ในความห่วงใยของประชาชน   อย่างไรก็ตามก็จะยังไม่มีการรวบรวมรายชื่อเพื่อยื่นเรื่องร้องทุกข์กล่าวโทษต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อให้เอาผิดทางอาญา เนื่องจากอยากรอฟังคำชี้แจงจากนายกฯก่อน

    dailynews

  • ศาลปกครองไต่สวนร้องล้มประมูลโครงการน้ำ

    วันพฤหัสบดีที่ 02 พฤษภาคม 2013 เวลา 03:00 น. เขียนโดย isranews

    ศาลปกครองเรียกไต่สวนคดีร้องล้มประมูลโครงการน้ำ 3.5 แสนล้าน 2 พ.ค. รัฐบาลไม่ไปชี้แจงเพราะยังไม่ได้รับหนังสือ แต่จะใช้วิธียื่นแถลงการณ์แทน

  • กทม. เร่งตรวจ “เบบี้คริสตัล” เตือนเป็นอันตรายต่อเด็ก ห้ามจำหน่าย

    วันอังคารที่ 30 เมษายน 2013 เวลา 18:04 น. เขียนโดย isranews

    สำนักอนามัย กทม. เฝ้าระวังของเล่น ชื่อ “เบบี้คริสตัล” ลักษณะเหมือนตัวดูดน้ำ พองตัวได้เมื่อแช่น้ำ หวั่นเป็นอันตรายต่อเด็ก หากกลืนเข้าไปอาจเสียชีวิตได้ พร้อมจัดเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบการจำหน่าย และให้ความรู้อันตรายที่อาจเกิดขึ้น

  • มติครม.สั่งใช้พจนานุกรมราชบัณฑิตฯ 2554 เพื่ออ้างอิงในหน่วยงานราชการ-ประชาชนทั่วไป

    วันอังคารที่ 30 เมษายน 2013 เวลา 16:35 น. เขียนโดย isranews

    เมื่อวันที่ 30 เม.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล ร.ท.หญิง สุณิสา เลิศภควัต รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลง ว่า คณะรัฐมนตรีเห็นชอบร่างประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง ระเบียบการใช้ตัวสะกด โดยกำหนดให้ใช้พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2554 เป็นมาตรฐานสำหรับหน่วยราชการ สถานศึกษาและประชาชนทั่วไป เพื่อใช้เป็นหนังสืออ้างอิงในการเขียนหนังสือไทยให้เป็นระเบียบเดียวกันโดยพจนานุกรมฉบับนี้ เพื่อให้เกิดเอกภาพในด้านภาษาอันเป็นวัฒนธรรม และเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของชาติ เพราะผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการชำระพจนานุกรม โดยมีการแก้ไขเพิ่มเติมบทนิยามคำศัพท์ทั่วไป ซึ่งเป็นคำที่มีใช้ในภาษาไทย และเป็นที่รู้จักกันแพร่หลาย แต่ยังไม่ได้เก็บไว้ในพจนานุกรม รวมทั้ง แก้ไขเพิ่มเติมบทนิยามของคำศัพท์เฉพาะสาขาวิชา ได้แก่ ศัพท์กฎหมายไทย ศัพท์ประวัติศาสตร์ไทย ศัพท์พรรณพืชและพรรณสัตว์ ศัพท์ดนตรีไทย ศัพท์ดนตรีสากล และราชาศัพท์ ซึ่งผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะสาขานั้น ๆ เช่น นาย ประเสริฐ ณ นคร นาย จำนงค์ ทองประเสริฐ และ นางกาญจนา นาคสกุล เป็นต้น

  • ค่าครองชีพแห่ปรับ!มิ.ย.อ่วมทั้งแผ่นดิน

    วันอังคารที่ 30 เมษายน 2013 เวลา 13:13 น. เขียนโดย isranews

    ค่าครองชีพตบเท้าขึ้น ค่ารถไฟฟ้า-ก๊าซหุงต้ม-ทางด่วน ด้านพาณิชย์ชี้ใช้ธงฟ้าช่วย

หน้า 6 จาก 207

เรื่องเด่น

 เปลือย “จีวร” พระสงฆ์ไทย ชีวิตใต้ร่มกาสาวพัสตร์ มีอะไรมากกว...

เปลือย “จีวร” พระสงฆ์ไทย ชีวิตใต้ร่มกาสาวพัสตร์ มีอะไรมากกว่าแค่นั่งเล่น “ไพ่” ?...

วันพฤหัสบดีที่ 23 พฤษภาคม 2013 เวลา 18:49 น.
เปลือย “จีวร” พระสงฆ์ไทย ชีวิตใต้ร่มกาสาวพัสตร์ มีอะไรมากกว่าแค่นั่งล้อมวงเล่นไพ่ “ดัมมี่” ? แบ่งเส้...
เปิดคลิป“เสธ.คนดัง”ทอ.สวมเครื่องแบบเต็มยศ ถือปืนก๋าชี้ส่ายไป...

เปิดคลิป“เสธ.คนดัง”ทอ.สวมเครื่องแบบเต็มยศ ถือปืนก๋าชี้ส่ายไปมาในโรงแรม...

วันพฤหัสบดีที่ 23 พฤษภาคม 2013 เวลา 17:22 น.
เปิดคลิป"เสธ.คนดัง"ทอ. สวมเครื่องแบบ ถือปืนก๋าชี้ส่ายไปมาในโรงแรง จ.นครปฐมโดนแจ้งจับ 4 ข้อ...
อ่านทั้งหมด